<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842</id><updated>2011-07-07T21:15:26.789-07:00</updated><title type='text'>เทคโนโลยีสารสนเทศ ม.4</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>44</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-1955171054222875303</id><published>2009-08-31T06:03:00.000-07:00</published><updated>2009-08-31T06:03:44.480-07:00</updated><title type='text'>Gmail - กล่องจดหมาย (420) - nikul.jaidee@gmail.com</title><content type='html'>&lt;a href="http://mail.google.com/mail/?shva=1#inbox"&gt;http://mail.google.com/mail/?shva=1#inbox&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-1955171054222875303?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='related' href='http://mail.google.com/mail/?shva=1#inbox' title='Gmail - กล่องจดหมาย (420) - nikul.jaidee@gmail.com'/><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/1955171054222875303/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/gmail-420-nikuljaideegmailcom.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/1955171054222875303'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/1955171054222875303'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/gmail-420-nikuljaideegmailcom.html' title='Gmail - กล่องจดหมาย (420) - nikul.jaidee@gmail.com'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-2555582791946955977</id><published>2009-08-17T22:12:00.000-07:00</published><updated>2009-08-17T22:16:45.610-07:00</updated><title type='text'>อุปกรณ์เครือข่าย</title><content type='html'>&lt;span style="color:#993300;"&gt;1. การ์ดเครือข่าย (Network Interface Card)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;         การ์ดเครือข่าย หรือการ์ดแลน หรืออีเธอร์เน็ตการ์ด ทำหน้าที่ในการเชื่อมคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานอยู่นั้นเข้ากับระบบเครือข่ายได้ เช่น ในระบบแลน เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในเครือข่ายจะต้องมีการ์ดเครือข่ายที่เชื่อมโยงด้วยสายเคเบิลจึงสามารถทำให้เครื่องติดต่อกับเครือข่ายได้ ส่วนในกรณีเป็นระบบแลนไร้สาย ก็จะต้องใช้การ์ดแลนแบบไร้สาย (Wireless PCI/PCMCIA Card) ร่วมกับอุปกรณ์ที่เรียกว่าแอกเซสพอยต์ (Wireless Access Point)&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#990000;"&gt;2. ฮับ (Hub)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;         ฮับ คืออุปกรณ์ที่รวมสัญญาณที่มาจากอุปกรณ์รับส่งหลายๆ สถานีเข้าด้วยกันฮับเปรียบเสมือนเป็นบัสที่รวมอยู่ที่จุดเดียวกัน ฮับที่ใช้งานอยู่ภายใต้มาตรฐานการรับส่งแบบอีเทอร์เน็ต หรือ IEEE802.3 ข้อมูลที่รับส่งผ่านฮับจากเครื่องหนึ่งจะกระจายไปยังทุกสถานีที่ติดต่อยู่บนฮับนั้น ดังนั้นทุกสถานีจะรับสัญญาณข้อมูลที่กระจายมาได้ทั้งหมด แต่จะเลือกคัดลอกเฉพาะข้อมูลที่ส่งมาถึงตนเท่านั้น การตรวจสอบข้อมูลจึงต้องดูที่แอดเดรส(address) ที่กำกับมาในกลุ่มของข้อมูลหรือแพ็กเก็ต&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#990000;"&gt;3. สวิตช์ (Switch)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;          สวิตซ์ คืออุปกรณ์รวมสัญญาณที่มาจากอุปกรณ์รับส่งหลายสถานีเช่นเดียวกับฮับ แต่มีข้อแตกต่างจากฮับ คือ การรับส่งข้อมูลจากสถานีหรืออุปกรณ์ตัวหนึ่ง จะไม่กระจายไปยังทุกสถานีเหมือนฮับ ทั้งนี้เพราะสวิตช์จะรับกลุ่มข้อมูลหรือแพ็กเก็ตมาตรวจสอบก่อนแล้วดูว่าแอดเดรสของสถานีหลายทางไปที่ใด สวิตช์จะลดปัญหาการชนกันของข้อมูลเพราะไม่ต้องกระจายข้อมูลไปทุกสถานี และยังมีข้อดีในเรื่องการป้องกันการดักจับข้อมูลที่กระจายไปในเครือข่าย&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#990000;"&gt;4. เกตเวย์ (Gateway)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;            เกตเวย์เป็นอุปกรณ์หนึ่งที่ทำให้ระบบเครือข่ายที่มีความแตกต่างกันทั้งในด้านของสถาปัตยกรรม หรือมาตรฐานอื่นๆ ให้สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายร่วมกันได้ เช่น สถาปัตยกรรมของเครื่องระดับเมนเฟรมย่อมมีความแตกต่างกับสถาปัตยกรรมเครื่องพีซี แต่ถ้ามีอุปกรณ์เกตเวย์แล้วจะทำให้เครื่องทั้งสองสามารถมีประตูที่ทำให้ทั้งสองระบบเชื่อมโยงกันได้&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#990000;"&gt;5. บริดจ์ (Bridge)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;          บริดจ์เป็นอุปกรณ์ที่เหมาะกับเครือข่ายหลายๆ กลุ่มที่เชื่อมต่อกันเนื่องจากสามารถแบ่งเครือข่ายที่เชื่อมต่อกันหลายๆ เซกเมนต์แยกออกจากกันได้ ทำให้ข้อมูลในแต่ละเซกเมนต์ไม่ต้องวิ่งไปทั่วทั้งเครือข่าย กล่าวคือบริดจ์สามารถอ่านเฟรมข้อมูลที่ส่งมาได้ว่ามาจากเครื่องในเซกเมนต์ใด จากนั้นจะทำการส่งข้อมูลไปยังเครื่องซึ่งอาจอยู่ในเซกเมนต์เดียวกันหรือต่างเซกเมนต์ก็ได้ ซึ่งความสามารถดังกล่าวทำให้ช่วยลดปัญหาความคับคั่งของข้อมูลในระบบได้&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#990000;"&gt;6. รีพีตเตอร์ (Repeater)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;            รีพีตเตอร์ เป็นอุปกรณ์ทวนสัญญาณเพื่อให้สามารถส่งข้อมูลถึงกันได้ระยะไกลขึ้น คือ รีพีตเตอร์จะปรับปรุงสัญญาณที่อ่อนตัวให้กลับมาเป็นรูปแบบเดิม เพื่อให้สัญญาณสามารถส่งต่อไปได้อีก เช่น การเชื่อมต่อเครือข่ายแลนหลายๆ เซกเมนต์ ซึ่งความยาวของแต่ละเซกเมนต์นั้นจะมีระยะทางที่จำกัด ดังนั้นอุปกรณ์อย่างรีพีตเตอร์ก็จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#990000;"&gt;7. โมเด็ม (Modem)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;             โมเด็มเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณคอมพิวเตอร์ให้สามารถเชื่อมคอมพิวเตอร์ที่อยู่ระยะไกลเข้าหากันได้ด้วยการผ่านสายโทรศัพท์ โดยโมเด็มจะทำหน้าที่แปลงสัญญาณ ซึ่งแบ่งออกเป็นทั้งภาคส่งและภาครับ โดยภาคส่งจะทำการแปลงสัญญาณคอมพิวเตอร์ให้เป็นสัญญาณโทรศัพท์ (Digital to Analog) ในขณะที่ภาครับนั้นจะทำการแปลงสัญญาณโทรศัพท์กลับมาเป็นสัญญาณคอมพิวเตอร์ (Analog to Digital) ดังนั้นในการเชื่อมต่อเครือข่ายระยะไกลๆ เช่น อินเทอร์เน็ต จึงจำเป็นต้องใช้โมเด็ม โดยโมเด็มมีทั้งแบบภายใน(Internal Modem) ที่มีลักษณะเป็นการ์ด โมเด็มภายนอก(External Modem) ที่มีลักษณะเป็นกล่องแยกออกต่างหาก และรวมถึงโมเด็มที่เป็น PCMCIA ที่มักใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#990000;"&gt;8. เร้าเตอร์ (Router)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;             ในการเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์จะต้องมีการเชื่อมโยงหลายๆ เครือข่ายหรืออุปกรณ์หลายอย่างเข้าด้วยกัน ดังนั้นจึงมีเส้นทางการเข้าออกของข้อมูลได้หลายเส้นทาง และแต่ละเส้นทางอาจใช้เทคโนโลยีเครือข่ายที่ต่างกัน อุปกรณ์จัดเส้นทางจะทำหน้าที่หาเส้นทางที่เหมาะสม เพื่อให้การส่งข้อมูลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การที่อุปกรณ์จัดหาเส้นทางเลือกเส้นทางได้ถูกต้องเพราะแต่ละสถานีภายในเครือข่ายมีแอดเดรสกำกับ อุปกรณ์จัดเส้นทางต้องรับรู้ตำแหน่งและ&lt;br /&gt;สามารถนำข้อมูลออกทางเส้นทางได้ถูกต้องตามตำแหน่งแอดเดรสที่กำกับอยู่ในเส้นทางนั้น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-2555582791946955977?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/2555582791946955977/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_4937.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/2555582791946955977'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/2555582791946955977'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_4937.html' title='อุปกรณ์เครือข่าย'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-3729152110310825905</id><published>2009-08-17T22:07:00.000-07:00</published><updated>2009-08-17T22:12:27.764-07:00</updated><title type='text'>รูปร่างเครือข่าย (Network Topology)</title><content type='html'>รูปร่างเครือข่ายมีหลายรูปแบบ แต่ละรูปแบบจะมีลักษณะการเชื่อมต่อแตกต่างกัน โดยบางรูปแบบมีการเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุด(point-to-point) และบางรูปแบบมีลักษณะการเชื่อมต่อแบบหลายจุด(multipoint)&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;- การเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุด(point-to-point)&lt;/span&gt; เป็นการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์สื่อสารสองเครื่อง โดยใช้สื่อกลางหรือช่องทางในการสื่อสารช่องทางเดียวเป็นการจองสายในการส่งข้อมูลระหว่างกันโดยไม่มีการใช้งานสื่อกลางนั้นร่วมกับอุปกรณ์ชิ้นอื่นๆ การเชื่อมต่อลักษณะนี้เป็นการเชื่อมต่อที่ทำให้สิ้นเปลืองช่องทางการสื่อสาร&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;- การเชื่อมต่อแบบหลายจุด(multipoint)&lt;/span&gt; เป็นการใช้งานช่องทางการสื่อสารเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการเชื่อมต่อลักษณะนี้จะใช้ช่องทางการสื่อสารหนึ่งช่องทางเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์สื่อสารหลายชิ้น โดยมีจุดเชื่อมแยกออกมาจากสายหลัก ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;1) โทโปโลยีแบบ BUS&lt;/span&gt; ในระบบเครือข่าย โทโปโลยีแบบ BUS นับว่าเป็นโทโปโลยีที่ได้รับความนิยมใช้กันมากในอดีต คือการนำอุปกรณ์ทุกชิ้นในเครือข่ายเชื่อมต่อกับสายสื่อสารหลักที่เรียกว่า "บัส" (BUS) เมื่อโหนดหนึ่งต้องการจะส่งข้อมูลไปยังอีกโหนดหนึ่งภายในเครือข่าย ข้อมูลจากโหนดผู้ส่งจะถูกส่งเข้าสู่สายบัสในรูปแบบของแพ็กเกจ ซึ่งแต่ละแพ็กเกจจะประกอบด้วยตำแหน่งของผู้ส่งและผู้รับ และข้อมูล การสื่อสารภายในบัสจะเป็นแบบ 2 ทิศทางแยกไปยังปลายทั้ง 2 ด้านของบัส โดยตรงปลายทั้ง 2 ด้านของบัสจะมีเทอร์มิเนเตอร์(Terminator) ทำหน้าที่ดูดกลืนสัญญาณเพื่อป้องกันไม่ให้สัญญาณข้อมูลนั้นสะท้อนกลับเข้ามายังบัส อีกทั้งเป็นการป้องกันการชนของสัญญาณข้อมูลอื่นที่เดินทางอยู่ใน BUS สัญญาณข้อมูลจากโหนดผู้ส่งเมื่อ เข้าสู่บัสจะไหลผ่านยังปลายทั้ง 2 ข้างของบัส แต่ละโหนดที่เชื่อมต่อเข้ากับบัสจะคอยตรวจดูว่าตำแหน่งปลายทางที่มากับแพ็กเกจข้อมูลนั้นตรงกับตำแหน่งของตนหรือไม่ ถ้าใช่ก็จะรับข้อมูลนั้นเข้ามาสู่โหนดตน แต่ถ้าไม่ใช่ก็จะปล่อยให้สัญญาณข้อมูลผ่านไป จะเห็นได้ว่าทุก ๆ โหนดภายในเครือข่ายแบบ BUS นั้นสามารถรับรู้สัญญาณข้อมูลได้ แต่จะมีเพียงโหนดปลายทางเพียงโหนดเดียวเท่านั้นที่จะรับข้อมูลนั้นไปได้การควบคุมการสื่อสารภายในเครือข่ายแบบ BUS มี 2 แบบคือแบบ&lt;br /&gt;􀂃 &lt;span style="color:#cc0000;"&gt;ควบคุมด้วยศูนย์กลาง (Centralized)&lt;/span&gt; ซึ่งจะมีโหนดหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางควบคุมการ สื่อสารภายในเครือข่ายซึ่งส่วนใหญ่จะ เป็นไฟล์เซิร์ฟเวอร์&lt;br /&gt;􀂃 &lt;span style="color:#cc0000;"&gt;ควบคุมแบบกระจาย (Distributed)&lt;/span&gt; ทุก ๆ โหนดภายในเครือข่ายจะมีสิทธิในการควบคุมการสื่อสารแทนที่จะเป็นศูนย์กลางควบคุมเพียงโหนดเดียว ซึ่งโดยทั่วไปคู่โหนดที่กำลังทำการสื่อสารส่ง-รับข้อมูลกันอยู่จะเป็นผู้ควบคุมการสื่อสารในเวลานั้น&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;2) โทโปโลยีแบบ RING&lt;/span&gt; เหตุที่เรียกการสื่อสารแบบนี้ว่าเป็นแบบ RING เพราะข่าวสารที่ส่งผ่านไปในเครือข่ายจะไหลวนอยู่ในเครือข่ายไปในทิศทางเดียวเหมือนวงแหวน หรือ RING นั่นเอง โดยไม่มีจุดปลายหรือเทอร์มิเนเตอร์แบบ BUS ในแต่ละโหนดจะมีรีพีตเตอร์ประจำโหนด 1 เครื่อง ซึ่งจะทำหน้าที่เพิ่มเติมข่าวสารที่จำเป็นต่อการสื่อสาร ในส่วนหัวของแพ็กเกจ ข้อมูลสำหรับการส่งข้อมูลออกจากโหนด และมีหน้าที่รับแพ็กเกจข้อมูลที่ไหลผ่านมา จากสายสื่อสารเพื่อตรวจสอบว่าเป็นข้อมูลที่ส่งมาให้โหนดตนหรือไม่ ถ้าใช่ก็จะคัดลอกข้อมูลทั้งหมดนั้นส่งต่อไป ให้กับโหนดของตน แต่ถ้าไม่ใช่ก็จะปล่อยข้อมูลนั้นไปยังรีพีตเตอร์ของโหนดถัดไป&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;3) โทโปโลยีแบบ STAR&lt;/span&gt; จากการเชื่อมโยงติดต่อสื่อสารที่มีลักษณะคล้ายกับรูปดาว(STAR) หลายแฉกโดยมีศูนย์กลางของดาว หรือฮับเป็นจุดผ่านการติดต่อกันระหว่างทุกโหนดในเครือข่าย ศูนย์กลางจึงมีหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมเส้นทางการสื่อสารทั้งหมดทั้งภายใน และภายนอกเครือข่าย นอกจากนี้ศูนย์กลางยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลอีกด้วย โดยเชื่อมต่อเข้ากับไฟล์เซิร์ฟเวอร์อีกที&lt;br /&gt;         การสื่อสารภายในเครือข่ายแบบ STAR จะเป็นแบบ 2 ทิศทางโดยอนุญาตให้มีเพียงโหนดเดียวเท่านั้นที่สามารถส่งข้อมูลเข้าสู่เครือข่ายในเวลาเดียวกัน เพื่อป้องกันการชนกันของสัญญาณข้อมูล (แต่ในอุปกรณ์รุ่นใหม่สามารถทำการสลับการทำงานและยอมให้ทำงานได้พร้อมกันคือ Switch HUB) โทโปโลยีแบบ STAR เป็นที่นิยมใช้กันมากที่สุดในปัจจุบันเพราะติดตั้งง่ายและดูแลรักษาง่าย หากมีโหนดใดเกิดความเสียหายก็ตรวจสอบได้ง่าย และศูนย์กลางสามารถตัดโหนดนั้นออกจากการสื่อสารในเครือข่ายได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-3729152110310825905?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/3729152110310825905/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/network-topology.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/3729152110310825905'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/3729152110310825905'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/network-topology.html' title='รูปร่างเครือข่าย (Network Topology)'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-8157116850172624120</id><published>2009-08-17T22:03:00.000-07:00</published><updated>2009-08-17T22:06:52.151-07:00</updated><title type='text'>ชั้นมาตรฐาน 7 ชั้น</title><content type='html'>&lt;span style="color:#330099;"&gt;1. ชั้นกายภาพ (physical layer)&lt;/span&gt; เป็นชั้นที่เกี่ยวข้องกับการส่งกระแสบิต(Bit Stream) บนตัวกลางสื่อสารซึ่งเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติทางกล(Mechanical) และทางอิเล็กทรอนิกส์(Electronics) ในการอินเตอร์เฟซและตัวกลางที่ใช้ส่งข้อมูล รวมถึงการกำหนดหน้าที่และขั้นตอนการทำงานของอุปกรณ์ที่จะต้องอินเตอร์เฟซเพื่อการปฏิบัติงานเมื่อเกิดการส่งข้อมูล&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#330099;"&gt;2. ชั้นเชื่อมโยงข้อมูล (data link layer)&lt;/span&gt; เป็นชั้นที่ทำหน้าที่การส่งข้อมูลในลักษณะ Node-to-Node ซึ่งจะกำหนดกฎเกณฑ์สำหรับการเข้าถึงและการใช้งานบนชั้นกายภาพ ด้วยการจะจัดการกับข้อมูลอย่างไรให้อยู่ในรูปแบบของเฟรม เพื่อจะจัดส่งเฟรมนี้อย่างไรบนเครือข่าย โดยต้องมีความวางใจได้ถึงการนำพาข้อมูลจากลำดับชั้นกายภาพที่ปราศจากข้อผิดพลาดใดๆ เพื่อบริการให้กับลำดับชั้นที่สูงขึ้นไป&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#6600cc;"&gt;3. ชั้นเครือข่าย (network layer)&lt;/span&gt;ทำหน้าที่ควบคุมการส่งผ่านข้อมูลระหว่างต้นทางและปลายทางโดยผ่านจุดต่างๆ บนเครือข่ายให้เป็นไปตามเส้นทางที่กำหนดรวบรวมและแยกแยะข้อมูลเพื่อหาเส้นทางในการส่งข้อมูลที่เหมาะสม&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#6600cc;"&gt;4. ชั้นขนส่ง (transport layer)&lt;/span&gt;เป็นชั้นที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการส่งข้อมูลในลักษณะ End-to-End ด้วยการสร้างความน่าเชื่อถือถึงการรับประกันการบริการรับส่งข้อมูล ว่าข้อมูลที่ส่งไปนั้นถึงผู้รับแน่นอน หากเกิดข้อผิดพลาดระหว่างการส่ง ก็จะมีการส่งใหม่&lt;br /&gt;5&lt;span style="color:#6600cc;"&gt;. ชั้นส่วนงาน (session layer)&lt;/span&gt; ทำหน้าที่สร้างการติดต่อระหว่างเครื่องต้นทางและปลายทาง ตลอดจนดูแลการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องทั้งสองให้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพโดยกำหนดขอบเขตการรับ-ส่ง คือกำหนดจุดผู้รับและผู้ส่งโดยจะเพิ่มเติมรูปแบบการรับ-ส่ง ข้อมูลว่าเป็นแบบข้อมูลชุดเดียว หรือหลายชุดพร้อมๆ กัน เช่น โมดูล(module) ของการนำเสนอผ่านเว็บ หากการสื่อสารภายในชั้นนี้เกิดล้มเหลว ทำให้ข้อมูลเสียหาย ก็อาจจำเป็นต้องเริ่มต้นการทำงานของชั้นนี้ใหม่&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#6600cc;"&gt;6. ชั้นการนำเสนอข้อมูล (presentation layer)&lt;/span&gt; จะแปลงข้อมูลที่ส่งมาให้อยู่ในรูปแบบที่โปรแกรมของเครื่องผู้รับเข้าใจ รวมทั้งการจัดรูปแบบและนำเสนอข้อมูลโดยกำหนดรูปแบบภาษา ชนิด และวิธีการเข้าถึงข้อมูลของเครื่องผู้ส่งให้เครื่องผู้รับเข้าใจ เช่น การนำเสนอผ่านเว็บ การเข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูล&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#6600cc;"&gt;7. ชั้นการประยุกต์ (application layer)&lt;/span&gt; เป็นลำดับชั้นซึ่งอนุญาตให้ยูสเซอร์ที่ใช้งานซอฟต์แวร์แอปพลิเคชันต่างๆ สามารถเข้าถึงเครือข่ายโดยจะเตรียมการเพื่อการอินเตอร์เฟซระหว่างยูสเซอร์กับคอมพิวเตอร์ และสนับสนุนการบริการต่างๆ เช่น การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรืออีเมล์ การรีโมตระยะไกลเพื่อเข้าถึงข้อมูลหรือถ่ายโอนข้อมูล การแชร์ฐานข้อมูลและบริการอื่นๆ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-8157116850172624120?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/8157116850172624120/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/7.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/8157116850172624120'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/8157116850172624120'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/7.html' title='ชั้นมาตรฐาน 7 ชั้น'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-481838928093116207</id><published>2009-08-17T22:02:00.000-07:00</published><updated>2009-08-17T22:03:51.571-07:00</updated><title type='text'>โพรโทคอล (Protocol)</title><content type='html'>โพรโทคอล คือ ข้อกำหนดหรือข้อตกลงที่ใช้ควบคุมการสื่อสารข้อมูลในเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์หรือระหว่างคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์อื่นๆ เครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์เครือข่ายที่ใช้โพรโทคอลชนิดเดียวกันเท่านั้นจึงจะสามารถติดต่อและส่งข้อมูลระหว่างกันได้ โพรโทคอลมีลักษณะเช่นเดียวกับภาษาที่ใช้ในการสื่อสารของมนุษย์ที่ต้องใช้ภาษาเดียวกันจึงจะสามารถสื่อสารกันได้เข้าใจ&lt;br /&gt;         ในปี คศ.1977 องค์กร ISO (international Organization for Standard) ได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นกลุ่มหนึ่ง เพื่อทำการศึกษาจัดรูปแบบมาตรฐาน และพัฒนาสถาปัตยกรรมเครือข่ายและใน ปี ค.ศ. 1983 องค์กร ISO ก็ได้ออกประกาศรูปแบบของสถาปัตยกรรมเครือข่ายมาตรฐานในชื่อของ "รูปแบบ OSI " (Open System Interconnection Model) เพื่อใช้เป็นรูปแบบมาตรฐานในการเชื่อมต่อระบบ คอมพิวเตอร์ อักษร "O" หรือ "Open" ก็ หมายถึง การที่คอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์หนึ่งสามารถ "เปิด" กว้างให้คอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์อื่นที่ใช้มาตรฐาน OSI เหมือนกันสามารถติดต่อไปมาหา สู่ระหว่างกันได้ จุดมุ่งหมายของการกำหนดการแบ่งโครงสร้างของสถาปัตยกรรมเครือข่ายออกเป็นเลเยอร์ ๆ และกำหนดหน้าที่การทำงานในแต่ละเลเยอร์ รวมถึงกำหนดรูปแบบการอินเตอร์เฟซระหว่างเลเยอร์ด้วยการสื่อสารข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์จะประกอบด้วยฝ่ายผู้ส่งและผู้รับ และจะเริ่มด้วยฝ่ายผู้ส่งต้องการส่งข้อมูลโดยผ่านชั้นมาตรฐาน 7 ชั้น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-481838928093116207?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/481838928093116207/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/protocol.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/481838928093116207'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/481838928093116207'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/protocol.html' title='โพรโทคอล (Protocol)'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-7201486598424807606</id><published>2009-08-17T21:58:00.000-07:00</published><updated>2009-08-17T22:02:09.717-07:00</updated><title type='text'>ชนิดของเครือข่ายคอมพิวเตอร์</title><content type='html'>สามารถจำแนกตามระยะทางของการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์การสื่อสารได้เป็น 3 ประเภทดังนี้&lt;br /&gt;         ในความเป็นจริงประเภทเครือข่ายทั้งสามจะนำมาใช้งานบนวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน โดยจุดสำคัญอยู่ที่ลักษณะการใช้งานและระยะทางในการเชื่อมต่อ เช่น หากต้องการเชื่อมต่อเครือข่ายเพื่อใช้งานภายในอาคาร หรือสำนักงาน เครือข่ายท้องถิ่นก็ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;1. Local area network (LAN)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบท้องถิ่น ระยะทางการเชื่อมต่อประมาณไม่เกิน 10 กิโลเมตร มีความเร็วในการแลกเปลี่ยนข้อมูลสูง ประมาณ 10-1000 Mbps สื่อที่ใช้มักจะเป็นสื่อแบบสายสัญญาณ ส่วนใหญ่จะใช้ในองค์กร สำนักงาน เช่น เครือข่ายภายในมหาวิทยาลัยหรือเครือข่าย ภายในบริษัท นอกจากนี้เครือข่ายแบบท้องถิ่นยังสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;1.1 Peer to Peer&lt;/span&gt; เป็นเครือข่ายขนาดเล็กที่มีการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ด้วยกันไม่เกิน 10 เครื่อง ซึ่งอาจเรียกว่าเวิร์กกรุ๊ป(Workgroup) โดยคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายดังกล่าวจะไม่มีเครื่องใดเฉพาะที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการข้อมูล(Server) ซึ่งทุกๆ เครื่องในเครือข่ายจะมีความเสมอภาคกันหมด โดยแต่ละเครื่องบนเครือข่ายจะเป็นได้ทั้งเครื่องลูกข่ายและเครื่องบริการ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าเครื่องนั้นถูกร้องขอใช้ทรัพยากรหรือต้องการใช้ทรัพยากรจากเครื่องอื่น&lt;br /&gt;เป้าหมายของเครือข่ายประเภทนี้คือต้องการให้คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อสามารถใช้ทรัพยากรร่วมกันได้เป็นสำคัญและใช้ต้นทุนต่ำ&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;1.2 Client/Server&lt;/span&gt; เป็นเครือข่ายที่มีคอมพิวเตอร์หนึ่งหรือหลายเครื่องที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องศูนย์บริการข้อมูล(Server) ซึ่งบางครั้งอาจเรียกว่าโฮสต์คอมพิวเตอร์ (Host Computer) โดยเครื่องเซริฟ์เวอร์นี้จะทำหน้าที่ในการควบคุมการเข้าถึงอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์บนเครือข่าย และเป็นศูนย์กลางของข้อมูลในเครือข่ายส่วนเครื่องไคลเอนต์นั้นก็คือเครื่องลูกข่ายที่จะต้องล็อกอินเข้าสู่เครือข่ายก่อน จึงสามารถใช้บริการทรัพยากรต่างๆ บนเครือข่ายได้&lt;br /&gt;โดยยูสเซอร์แต่ละคนที่ล็อกอินเข้าสู่ระบบนั้นจะมีสิทธิการใช้งานที่แตกต่างกันตามที่ผู้จัดการเครือข่าย(Admin) เป็นผู้กำหนดสิทธิการใช้งานให้ เครือข่ายประเภทนี้จะมีระบบการป้องกันความปลอดภัยที่ดีกว่าแบบ Peer to पीर&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;2. Metropolitan area network (MAN)&lt;/span&gt; เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ซึ่งอาจครอบคลุมพื้นที่ทั้งตำบลหรือทั้งอำเภอ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ชนิดนี้เกิดจาก การเชื่อมต่อของเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบท้องถิ่นหลายๆ เครือข่ายเข้าด้วยกัน&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;3. Wide area network (WAN)&lt;/span&gt; เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่มากภายในเครือข่ายประกอบไปด้วย เครือข่ายแบบ LAN และ MAN พื้นที่ของเครือข่ายแบบ WAN สามารถครอบคลุมได้ทั้งประเทศ หรือทั่วโลก เครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่ให้บริการครอบคลุมทั่วโลกก็เป็นเครือข่ายแบบ WAN เครือข่ายหนึ่งเช่นกัน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-7201486598424807606?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/7201486598424807606/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_5009.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/7201486598424807606'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/7201486598424807606'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_5009.html' title='ชนิดของเครือข่ายคอมพิวเตอร์'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-5254215673590418526</id><published>2009-08-17T21:57:00.000-07:00</published><updated>2009-08-17T21:58:28.355-07:00</updated><title type='text'>เครือข่ายคอมพิวเตอร์</title><content type='html'>เครือข่ายคอมพิวเตอร์ คือ การนำเครื่องคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่องมาต่อเชื่อมโยงให้มีการสื่อสารข้อมูลระหว่างกัน เพื่อให้เพิ่มขีดความสามารถของระบบให้สูงขึ้น เพิ่มการใช้งานด้านต่าง ๆ และลดต้นทุนระบบโดยรวมลง มีการแบ่งใช้งานอุปกรณ์และข้อมูลต่าง ๆ ตลอดจนสามารถทำงานร่วมกันได้สิ่งสำคัญที่ทำให้ระบบข้อมูลมีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น คือ การโอนย้ายข้อมูลระหว่างกันและการเชื่อมต่อหรือการสื่อสาร การโอนย้ายข้อมูลหมายถึงการนำข้อมูลมาแบ่งกันใช้งาน หรือการนำข้อมูลไปใช้ประมวลผลในลักษณะแบ่งกันใช้ทรัพยากร เช่น แบ่งกันใช้ซีพียู แบ่งกันใช้ฮาร์ดดิสก์แบ่งกันใช้โปรแกรม และแบ่งกันใช้อุปกรณ์อื่น ๆ ที่มีราคาแพงหรือไม่สามารถจัดหาให้ทุกคนได้ การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เป็นเครือข่ายจึงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้กว้างขวางและมากขึ้น จากเดิม การเชื่อมต่อในความหมายของระบบเครือข่ายท้องถิ่น ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเชื่อมต่อระหว่างเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ แต่ยังรวมไปถึงการเชื่อมต่ออุปกรณ์รอบข้าง เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทำให้การทำงานเฉพาะมีขอบเขตกว้างขวางยิ่งขึ้น มีการใช้เครื่องบริการแฟ้มข้อมูลเป็นที่เก็บรวบรวมแฟ้มข้อมูลต่างๆ มีการทำฐานข้อมูลกลาง มีหน่วยจัดการระบบสื่อสารหน่วยบริการใช้เครื่องพิมพ์  หน่วยบริการการใช้ซีดี หน่วยบริการปลายทาง และอุปกรณ์ประกอบสำหรับต่อเข้าในระบบเครือข่าย&lt;br /&gt;เพื่อจะทำงานเฉพาะเจาะจงอย่างใดอย่างหนึ่ง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-5254215673590418526?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/5254215673590418526/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_1372.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/5254215673590418526'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/5254215673590418526'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_1372.html' title='เครือข่ายคอมพิวเตอร์'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-7161559698444853532</id><published>2009-08-17T21:55:00.000-07:00</published><updated>2009-08-17T21:57:12.609-07:00</updated><title type='text'>ดาวเทียม (Satellite)</title><content type='html'>การสื่อสารด้วยดาวเทียม (Satellite Transmission) หรือสถานีไมโครเวฟลอยฟ้านั่นเอง ซึ่งทำหน้าที่ขยายและทบทวนสัญญาณข้อมูล รับและส่งสัญญาณข้อมูลกับสถานีดาวเทียมที่อยู่บนพื้นโลก สถานีดาวเทียมภาคพื้นจะทำการส่งสัญญาณข้อมูล ไปยังดาวเทียมซึ่งจะหมุนไปตามการหมุนของโลกซึ่งมีตำแหน่งคงที่เมื่อเทียมกับตำแหน่งบนพื้นโลก ดาวเทียมจะถูกส่งขึ้นไปให้ลอยอยู่สูงจากพื้นโลกประมาณ 23,300 กม. เครื่องทบทวนสัญญาณของดาวเทียม (Transponder) จะรับสัญญาณข้อมูลจากสถานีภาคพื้นซึ่งมีกำลังอ่อนลงมากแล้วมาขยาย จากนั้นจะทำการทบทวนสัญญาณ และตรวจสอบตำแหน่งของสถานีปลายทาง แล้วจึงส่งสัญญาณข้อมูลไปด้วยความถี่อีกความถี่หนึ่งลงไปยังสถานีปลายทาง การส่งสัญญาณข้อมูลขึ้นไปยังดาวเทียมเรียกว่า "สัญญาณอัป&lt;br /&gt;ลิงก์" (Up-link) และการส่งสัญญาณข้อมูลกลับลงมายังพื้นโลกเรียกว่า "สัญญาณดาวน์-ลิงก์ (Downlink) ลักษณะของการรับส่งสัญญาณข้อมูลอาจจะเป็นแบบจุดต่อจุด (Point-to-Point) หรือแบบแพร่สัญญาณ (Broadcast) สถานีดาวเทียม 1 ดวง สามารถมีเครื่องทบทวนสัญญาณ&lt;br /&gt;ดาวเทียมได้ถึง 25 เครื่อง และสามารถครอบคลุมพื้นที่การส่งสัญญาณได้ถึง 1 ใน 3 ของพื้นผิวโลก ดังนั้นถ้าจะส่งสัญญาณข้อมูลให้ได้รอบโลกสามารถทำได้โดยการส่งสัญญาณผ่านสถานีดาวเทียมเพียง 3 ดวงเท่านั้น&lt;br /&gt;          ระหว่างสถานีดาวเทียม 2 ดวง ที่ใช้ความถี่ของสัญญาณเท่ากันถ้าอยู่ใกล้กันเกินไปอาจจะทำให้เกิดการรบกวนสัญญาณซึ่งกันและกันได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนหรือชนกันของสัญญาณดาวเทียม จึงได้มีการกำหนดมาตรฐานระยะห่างของสถานีดาวเทียม และย่านความถี่ เช่น ระยะห่างกัน 4 องศา (วัดมุมเทียงกับจุดศูนย์กลางของโลก) ให้ใช้ย่านความถี่ของสัญญาณ 4/6 จิกะเฮิรตซ์ หรือย่าน C แบนด์โดยมีแบนด์วิดท์ของสัญญาณอัป-ลิงก์เท่ากับ 5.925-6.425 จิกะเฮิรตซ์และมีแบนด์วิดท์ของสัญญาณดาวน์-ลิงก์เท่ากับ 3।7-4.2 จิกะเฮิรตซ์&lt;br /&gt;          การส่งสัญญาณข้อมูลทางดาวเทียมสามารถถูกรบกวนจากสัญญาณภาคพื้นอื่น ๆ ได้ อีกทั้งยังมีเวลาประวิง (Delay Time) ในการส่งสัญญาณเนื่องจากระยะทางขึ้น-ลง ของสัญญาณและที่สำคัญคือ มีราคาสูงในการลงทุนทำให้ค่าบริการสูงตามขึ้นมาเช่นกัน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-7161559698444853532?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/7161559698444853532/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/satellite.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/7161559698444853532'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/7161559698444853532'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/satellite.html' title='ดาวเทียม (Satellite)'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-4856737133807351199</id><published>2009-08-17T21:54:00.000-07:00</published><updated>2009-08-17T21:55:06.538-07:00</updated><title type='text'>ไมโครเวฟ (Microwave)</title><content type='html'>การส่งสัญญาณข้อมูลไมโครเวฟมักใช้กันในกรณีที่การติดตั้งสายเคเบิลทำได้ไม่สะดวก เช่น ในเขตเมืองใหญ่ ๆ หรือในเขตที่ป่าเขา แต่ละสถานีไมโครเวฟจะติดตั้งจานส่ง-รับสัญญาณข้อมูล ซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 ฟุต สัญญาณไมโครเวฟเป็นคลื่นย่านความถี่สูง (2-10 จิกะเฮิรตซ์) เพื่อป้องกันการแทรกหรือรบกวนจากสัญญาณอื่น ๆ แต่สัญญาณอาจจะอ่อนลงหรือหักเหได้ในที่มีอากาศร้อนจัด พายุหรือฝน ดังนั้นการติดตั้งจาน ส่ง-รับสัญญาณจึงต้องให้หันหน้าของจานตรงกัน และหอยิ่งสูงยิ่งส่งสัญญาณได้ไกล ปัจจุบันมีการใช้การส่งสัญญาณข้อมูลทางไมโครเวฟกันอย่างแพร่หลาย สำหรับการสื่อสารข้อมูลในระยะทางไกล ๆ หรือระหว่างอาคาร โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่สะดวกที่จะใช้สายเส้นใยนำแสง หรือการสื่อสารดาวเทียม อีกทั้งไมโครเวฟยังมีราคาถูกกว่า และติดตั้งได้ง่ายกว่าและสามารถส่งข้อมูลได้คราวละมาก ๆ ด้วย อย่างไรก็ตามปัจจัยสำคัญที่ทำให้สื่อกลางไมโครเวฟเป็นที่นิยม คือราคาที่ถูกกว่าดาว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-4856737133807351199?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/4856737133807351199/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/microwave.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/4856737133807351199'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/4856737133807351199'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/microwave.html' title='ไมโครเวฟ (Microwave)'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-6705021842692001740</id><published>2009-08-17T21:53:00.000-07:00</published><updated>2009-08-17T21:54:12.074-07:00</updated><title type='text'>บลูธูท (Bluetooth)</title><content type='html'>บลูธูทได้นำมาพัฒนาเพื่อใช้สำหรับการสื่อสารแบบไร้สายบนระยะทางสั้นๆ ตั้งแต่10 เซนติเมตร ถึง 10 เมตร มีความแตกต่างเมื่อเทียบกับการสื่อสารด้วยแสงอินฟราเรดตรงที่สามารถสื่อสารทะลุสิ่งกีดขวางหรือกำแพงได้ อีกทั้งยังเป็นการสื่อสารแบบไร้สายด้วยการแผ่คลื่นออกเป็นวงรัศมีรอบทิศทางด้วยคลื่นความถี่สูง สำหรับความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลอยู่ที่ 722 क्ब्प्स เมื่อมีการเชื่อมต่อโดยตรงหรือแบบจุดต่อจุด ในขณะที่การเชื่อมต่อแบบหลายจุด ก็จะทำให้ความเร็วลดลงเหลือประมาณ 57।6 Kbps ในปัจจุบันบลูธูทมักนำไปใช้งานกับอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ เช่น เครื่องพีดีเอ คอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊ค เครื่องพิมพ์ รวมทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-6705021842692001740?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/6705021842692001740/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/bluetooth.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/6705021842692001740'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/6705021842692001740'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/bluetooth.html' title='บลูธูท (Bluetooth)'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-6183003882256485691</id><published>2009-08-17T21:52:00.000-07:00</published><updated>2009-08-17T21:53:29.983-07:00</updated><title type='text'>อินฟราเรด (Infrared)</title><content type='html'>แสงอินฟราเรดเป็นคลื่นความถี่สั้นที่มักนำไปใช้กับรีโมตคอนโทรลของวิทยุหรือโทรทัศน์ เป็นแสงที่มีทิศทางในระดับสายตา ซึ่งไม่สามารถทะลุผ่านวัตถุทึบแสงได้แสงอินฟราเรดมักมีการนำมาใช้งานบนคอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊ค คอมพิวเตอร์มือถืออุปกรณ์รอบข้างต่างๆ เช่น เครื่องพิมพ์ เครื่องแฟกซ์ และรวมถึงกล้องดิจิตอล อัตราความเร็วปกติในการรับส่งข้อมูลอยู่ระหว่าง 4 - 16 Mbps และปัจจุบันมีการบรรจุช่องสื่อสารอินฟราเรด (Infrared Data Association : IrDA) เพื่อเตรียมไว้สำหรับการใช้งานสื่อสารแบบไร้สายด้วยอินฟราเรด เช่น เมาส์ คียบอร์ด หรือเครื่องพิมพ์ แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันการสื่อสารไร้สายบนระยะห่างสั้นๆ นี้กำลังถูกเทคโนโลยีอย่างบลูธูท(Bluetooth) เข้ามาแทนที่&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-6183003882256485691?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/6183003882256485691/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/infrared.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/6183003882256485691'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/6183003882256485691'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/infrared.html' title='อินฟราเรด (Infrared)'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-2511744980281571155</id><published>2009-08-17T21:51:00.000-07:00</published><updated>2009-08-17T21:52:40.910-07:00</updated><title type='text'>คลื่นวิทยุ (Radio Frequency : RF)</title><content type='html'>การสื่อสารด้วยคลื่นวิทยุนั้น จะมีคลื่นความถี่ที่แตกต่างกันตามคลื่นของชนิดนั้นๆ เช่น VLF, VHF, UHF, SHF และ EHF เป็นต้น ซึ่งช่วงความถี่อยู่ที่ 104 ถึง 109 Hz โดยคลื่นในช่วงดังกล่าวสามารถนำไปใช้สำหรับการส่งข่าวสาร และการสื่อสารไร้สายได้ โดยมีการเริ่มต้นใช้งานกับ&lt;br /&gt;คลื่นวิทยุ AM (Amplitude Modulation) และคลื่นวิทยุ FM (Frequency Modulation) การสื่อสารโดยอาศัยคลื่นวิทยุ จะกระทำโดยการส่งคลื่นไปยังอากาศเพื่อเข้าไปยังเครื่องรับวิทยุ โดยการใช้เทคนิคการกล้ำสัญญาณหรือเรียกว่าการมอดูเลต ด้วยการรวมกับคลื่นเสียงที่เป็นคลื่นไฟฟ้าความถี่เสียงรวมกัน ทำให้การสื่อสารด้วยวิทยุกระจายเสียงนั้นไม่จำเป็นต้องใช้สายอีกทั้งยังสามารถส่งคลื่นได้ในระยะทางที่ไกลออกไปได้ตามประเภทของคลื่นนั้นๆ รวมถึงเทคนิควิธีการผสมคลื่นก็จะใช้เทคนิคที่แตกต่างกัน ดังนั้นเครื่องรับวิทยุที่ใช้งานก็จำเป็นต้องปรับให้ตรงกับคลื่นที่ส่งมาด้วย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-2511744980281571155?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/2511744980281571155/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/radio-frequency-rf.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/2511744980281571155'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/2511744980281571155'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/radio-frequency-rf.html' title='คลื่นวิทยุ (Radio Frequency : RF)'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-4854832025215775238</id><published>2009-08-17T21:49:00.000-07:00</published><updated>2009-08-17T21:51:51.184-07:00</updated><title type='text'>สื่อกลางประเภทไร้สาย</title><content type='html'>สำหรับการสื่อสารแบบไร้สาย การรับส่งข้อมูลโดยทั่วไปจะผ่านอากาศ ซึ่งภายในอากาศนั้นจะมีพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแพร่กระจายอยู่ทั่วไป โดยจะต้องมีอุปกรณ์ที่ไว้คอยจัดการกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเหล่านั้น ซึ่งโดยปกติจะมีอยู่ 2 ชนิดคือ&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#6600cc;"&gt;1. แบบ &lt;span class=""&gt;Directional &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;เป็นแบบกำ หนดทิศทางของสัญญาณ ด้วยการโฟกัสคลื่นนั้นๆ ซึ่งจำเป็นต้องทำการรับส่งด้วยความระมัดระวัง โดยจะต้องอยู่ในระนาบเดียวกัน เช่น การสื่อสารด้วยคลื่นไมโครเวฟ อุปกรณ์รับส่งจำเป็นต้องสื่อสารกันอยู่ในระดับสายตา&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#6600cc;"&gt;2. แบบ Omnidirectional &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;เป็นแบบกระจายสัญญาณรอบทิศทาง ซึ่งสัญญาณที่ส่งออกไปนั้นจะกระจายหรือแพร่ไปทั่วทิศทางในอากาศ ทำให้สามารถรับส่งสัญญาณเหล่านี้ได้ด้วยการตั้งเสาอากาศเช่น วิทยุกระจายเสียง หรือการแพร่ภาพสัญญาณโทรทัศน์&lt;br /&gt;       สำหรับช่วงความถี่อื่นๆ เช่น ช่วงความถี่ของแสงอินฟราเรดและคลื่นความถี่สั้น เหมาะกับการนำไปใช้เพื่อการสื่อสารบนพื้นที่ที่จำกัดหรือการสื่อสารระยะใกล้ๆ เช่น ภายในห้อง หรือสำนักงาน โดยปกติแสงอินฟราเรดมักนำมาใช้กับเครื่องวิทยุหรือโทรทัศน์ที่สามารถควบคุมด้วยรีโมตคอนโทรล และรวมถึงการนำไปประยุกต์ใช้กับเครือข่ายท้องถิ่นแบบไร้สาย ซึ่งสามารถเชื่อมต่อได้ทั้งแบบจุดต่อจุด หรือแบบหลายจุด&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-4854832025215775238?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/4854832025215775238/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_1724.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/4854832025215775238'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/4854832025215775238'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_1724.html' title='สื่อกลางประเภทไร้สาย'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-4970110519146658784</id><published>2009-08-17T21:48:00.000-07:00</published><updated>2009-08-17T21:49:42.159-07:00</updated><title type='text'>เส้นใยนำแสง (Fiber Optic Cable)</title><content type='html'>เส้นใยนำแสง (Fiber Optic Cable) มีแกนกลางของสายซึ่งประกอบด้วยเส้นใยแก้วหรือพลาสติกขนาดเล็กหลายๆ เส้นอยู่รวมกัน เส้นใยแต่ละเส้นมีขนาดเล็กเท่าเส้นผมและภายในกลวง และเส้นใยเหล่านั้นได้รับการห่อหุ้มด้วยเส้นใยอีกชนิดหนึ่งก่อนจะหุ้มชั้นนอกสุดด้วยฉนวนการส่งข้อมูลผ่านทางสื่อกลางชนิดนี้จะแตกต่างจากชนิดอื่นๆ ซึ่งใช้สัญญาณไฟฟ้าในการส่ง แต่การทำงานของสื่อกลางชนิดนี้จะใช้เลเซอร์วิ่งผ่านช่องกลวงของเส้นใยแต่ละเส้นและอาศัยหลักการหักเหของแสงโดยใช้ใยแก้วชั้นนอกเป็นกระจกสะท้อนแสง การให้แสงเคลื่อนที่ไปในท่อแก้วสามารถส่งข้อมูลด้วยอักตราความหนาแน่นของสัญญาณข้อมูลสูงมาก และไม่มีการก่อกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และเนื่องจากความสามารถในการส่งข้อมูลทั้งตัวอักษร เสียง ภาพ หรือวีดีทัศน์ได้ในเวลาเดียวกัน อีกทั้งมีความปลอดภัยในการส่งสูง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-4970110519146658784?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/4970110519146658784/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/fiber-optic-cable.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/4970110519146658784'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/4970110519146658784'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/fiber-optic-cable.html' title='เส้นใยนำแสง (Fiber Optic Cable)'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-3663521976049862388</id><published>2009-08-17T21:43:00.000-07:00</published><updated>2009-08-17T21:48:43.174-07:00</updated><title type='text'>สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable)</title><content type='html'>สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) ส่วนใหญ่จะเรียกสั้น ๆ ว่าสายโคแอก(Coax) จะมีตัวนำไฟฟ้าอยู่สองส่วน คำว่า โคแอก มีความหมายว่า "มีแกนร่วมกัน" ซึ่งชื่อก็บอกความหมายว่าตัวนำทั้งสองตัวมีแกนร่วมกันนั่นเอง โครงสร้างของสายโคแอกประกอบด้วยสายทองแดงเป็นแกนกลาง แล้วห่อหุ้มด้วยวัสดุที่เป็นฉนวน ชั้นต่อมาจะเป็นตัวนำไฟฟ้าอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งจะเป็นแผ่นโลหะบาง ๆ หรืออาจจะเป็นใยโลหะที่ถักเปียปุ้มอีกชั้นหนึ่ง สุดท้ายก็หุ้มด้วยฉนวนและวัสดุป้องกันสายสัญญาณ ลวดทองแดงที่ถักเป็นเปียนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สายแบบนี้มีช่วงความถี่สัญญาณไฟฟ้าสามารถผ่านได้สูงมากและนิยมใช้เป็นช่องสื่อสารสัญญาณแอนะล็อกเชื่อมโยงผ่านใต้ทะเลและใต้ดิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#663366;"&gt;&lt;strong&gt;สายโคแอกเชียลแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#990000;"&gt;1. สายโคแอกเชียลแบบบาง (Thin Coaxial cable)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;- ขนาด  0.64 cm.&lt;br /&gt;- ขนาดเล็ก มีความยืดหยุ่นสูง&lt;br /&gt;- นำสัญญาณได้ไกลประมาณ 186 m.&lt;br /&gt;- ใช้เชื่อมต่อกับ Computer โดยใช้มาตรฐาน Ethernet&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;2. สายโคแอกเชียลแบบหนา (Thick Coaxial cable)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;- ขนาด  1.27 cm.&lt;br /&gt;- ขนาดใหญ่และแข็งแรงกว่า&lt;br /&gt;- ส่งข้อมูลได้ไกล 500 m.&lt;br /&gt;- Network ระยะแรก ใช้เป็น Backbone แต่ปัจจุบันใช้  Fiber&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-3663521976049862388?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/3663521976049862388/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/coaxial-cable.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/3663521976049862388'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/3663521976049862388'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/coaxial-cable.html' title='สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable)'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-2067802416286881171</id><published>2009-08-17T21:36:00.000-07:00</published><updated>2009-08-17T21:43:11.022-07:00</updated><title type='text'>สื่อกลางในการสื่อสารข้อมูล</title><content type='html'>ตัวกลางหรือสายเชื่อมโยง เป็นส่วนที่ทำให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน และอุปกรณ์นี้ยอมให้ข่าวสารข้อมูลเดินทางผ่านจากผู้ส่งไปสู่ผู้รับสื่อกลางที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลมีอยู่หลายประเภท แต่ละประเภทมีความแตกต่างกันในด้านของปริมาณข้อมูลที่สื่อกลางนั้นๆ สามารถนำ ผ่านไปได้ในเวลาขณะใดขณะหนึ่งซึ่งขึ้นอยู่กับแบนด์วิดท์ (Bandwidth) ของสื่อประเภทนั้นๆ ลักษณะของตัวกลางต่างๆ มีดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;􀁹&lt;span style="color:#cc0000;"&gt; แบนด์วิดท์ (Bandwidth)คือแถบความถี่ของช่องสัญญาณ ซึ่งหากมีช่องสัญญาณขนาดใหญ่ ก็จะส่งผลให้ภายในหน่วยเวลาจะสามารถเคลื่อนย้ายปริมาณข้อมูลได้จำนวนมากขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#cc0000;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;สื่อกลางประเภทมีสาย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;1) สายคู่บิดเกลียว (Twisted pair Cable)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;       สายคู่บิดเกลียว ประกอบด้วยสายทองแดง 2 เส้น แต่ละเส้นมีฉนวนหุ้มพันกันเป็นเกลียวสามารถลดการรบกวนจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้าได้ แต่ไม่สามารถป้องกันการสูญเสียพลังงานจากการแผ่รังสีความร้อน ในขณะที่มีสัญญาณส่งผ่านสายสายคู่บิดเกลียว 1 คู่ จะแทน&lt;br /&gt;การสื่อสารได้ 1 ช่องทางสื่อสาร (Channel) ในการใช้งานจริง เช่นสายโทรศัพท์จะเป็นสายรวมที่ประกอบด้วยสายคู่บิดเกลียว อยู่ภายในเป็นร้อย ๆ คู่ สายคู่บิดเกลียว 1 คู่ จะมีขนาดประมาณ 0।016-0.036 นิ้ว สายคู่บิดเกลียว สามารถใช้ได้ทั้งการส่งสัญญาณข้อมูลแบบอนาล็อกและแบบดิจิตอล เนื่องจากสายคู่บิดเกลียว จะมีการสูญเสียสัญญาณขณะส่งสัญญาณจึงจำเป็นต้องมี "เครื่องขยาย" &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;(Amplifier) สัญญาณ สำหรับการส่งสัญญาณข้อมูลแบบอนาล็อก ในระยะทางไกล ๆ หรือทุก 5-6 กม। ส่วนการส่งสัญญาณข้อมูลแบบดิจิตอลต้องมี "เครื่องทบทวน" (Repeater) สัญญาณทุก ๆ ระยะ 2-3 กม. เพราะว่าแต่ละคู่ของสายคู่บิดเกลียว จะแทนการทำงาน 1 ช่องทาง สายประเภทนี้มีด้วยกัน 2 ชนิดคือ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;strong&gt;ก) สายคู่บิดเกลียวชนิดหุ้มฉนวน (Shielded Twisted Pair : STP) เป็นสายคู่บิดเกลียวที่หุ้มด้วยลวดถัดชั้นนอกที่หนาอีกชั้น&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;เพื่อป้องกันการรบกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;ข) สายคู่บิดเกลียวชนิดไม่หุ้มฉนวน (Unshielded Twisted Pair : UTP) เป็นสายคู่บิดเกลียวมีฉนวนชั้นนอกที่บางอีกชั้น ทำให้สะดวกในการโค้งงอ แต่สามารถป้องกันการรบกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้น้อยกว่าชนิดแรก แต่ก็มีราคาต่ำ จึงนิยมใช้ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ในเครือข่าย ตัวอย่างสายคู่บิดเกลียวชนิดนี้ เช่น สายโทรศัพท์ที่ใช้อยู่ตามบ้าน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;        หัวเชื่อมต่อ (Modular Plugs) สายคู่บิดเกลียวจะใช้หัวเชื่อมต่อแบบ RJ-45 ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับหัวเชื่อมต่อแบบ RJ-11ที่เป็นหัวที่ใช้กับสายโทรศัพท์ทั่ว ๆ ไป ข้อแตกต่างระหว่างหัวเชื่อมต่อสองประเภทนี้คือ หัว RJ-45 จะมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อยและไม่สามารถเสียบเข้ากับปลั๊กโทรศัพท์ได้ และหัว RJ-45 จะเชื่อมสายคู่บิดเกลียว 4 คู่ ในขณะที่หัว RJ-11 ใช้ได้กับสายเพียง 2 คู่เท่านั้น ดังรูปที่ 12 จะแสดงสาย UTP และหัวเชื่อมต่อแบบ RJ-45&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-2067802416286881171?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/2067802416286881171/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_767.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/2067802416286881171'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/2067802416286881171'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_767.html' title='สื่อกลางในการสื่อสารข้อมูล'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-1367577122758363620</id><published>2009-08-17T21:33:00.000-07:00</published><updated>2009-08-17T21:36:10.959-07:00</updated><title type='text'>การติดต่อแบบแบบอนุกรมแบ่งตามรูปแบบการรับ-ส่งได้ 3 แบบคือ</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;color:#6600cc;"&gt;&lt;strong&gt;1) สื่อสารทางเดียว (simplex)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;          การสื่อสารทางเดียว (simplex) เป็นการติดต่อทางเดียว เมื่ออุปกรณ์หนึ่งส่งข้อมูลอุปกรณ์อีกชุดจะต้องเป็นฝ่ายรับข้อมูลเสมอ ตัวอย่างการใช้งานเช่น ในระบบสนามบิน คอมพิวเตอร์แม่จะทำหน้าที่ติดตามเวลาขึ้นและลงของเครื่องบิน และส่งผลไปให้มอนิเตอร์ที่วางอยู่หลาย ๆ จุดให้ผู้โดยสารได้ทราบข่าวสาร คอมพิวเตอร์แม่ทำหน้าที่เป็นผู้ส่งข้อมูล มอนิเตอร์ต่าง ๆ ทำหน้าที่เป็นผู้รับข้อมูล ไม่มีการเปลี่ยนทิศทางของข้อมูลเป็นการส่งข้อมูลแบบทางเดียว หรือการส่งข้อมูลไปยังเครื่องพิมพ์ หรือการกระจายเสียงของสถานีวิทยุ เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;2) สื่อสารสองทางครึ่งอัตรา (half duplex)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;           การสื่อสารสองทางครึ่ง (half duplex) เป็นการติดต่อกึ่งสองทางมีการเปลี่ยนเส้นทางในการส่งข้อมูลได้ แต่คนละเวลากล่าวคือ ข้อมูลจะไหลไปในทิศทางเดียว ณ เวลาใดๆ ตัวอย่างการใช้งานเช่น การติดต่อระหว่าง เทอร์มินัลกับคอมพิวเตอร์แม่ ผู้ใช้ที่เทอร์มินัลเคาะแป้นเพื่อสอบถามข้อมูลไปยังคอมพิวเตอร์แม่ ต้องใช้เวลาชั่วขณะคอมพิวเตอร์แม่จึงจะส่งข่าวสารกลับมาที่เทอร์มินัลนั้น ไม่ว่าจะเป็นเทอร์มินัลหรือคอมพิวเตอร์แม่ เมื่ออุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่งเป็นผู้ส่งข้อมูล อุปกรณ์ที่เหลือก็จะเป็นผู้รับข้อมูลในเวลาขณะนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#006600;"&gt;&lt;strong&gt;3) สื่อสารสองทางเต็มอัตรา (full duplex)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;            การสื่อสารสองทางเต็มอัตรา (full duplex) เป็นการติดต่อสองทาง คือเป็นผู้รับข้อมูลและผู้ส่งข้อมูลในเวลาเดียวกันได้ ตัวอย่างการใช้งานเช่น การติดต่อระหว่างเทอร์มินัลกับคอมพิวเตอร์แม่ บางชนิดที่ไม่ต้องใช้เวลารอสามารถโต้ตอบได้ทันที หรือการพูดคุยทางโทรศัพท์ เป็นต้น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-1367577122758363620?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/1367577122758363620/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/3.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/1367577122758363620'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/1367577122758363620'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/3.html' title='การติดต่อแบบแบบอนุกรมแบ่งตามรูปแบบการรับ-ส่งได้ 3 แบบคือ'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-7968560324850641119</id><published>2009-08-17T21:30:00.000-07:00</published><updated>2009-08-17T21:33:19.525-07:00</updated><title type='text'>วิธีการถ่ายโอนข้อมูล</title><content type='html'>การถ่ายโอนข้อมูล คือการส่งสัญญาณออกจากเครื่องและรับสัญญาณเข้าไปในเครื่อง สามารถจำแนกได้ 2 แบบคือ&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#3333ff;"&gt;1) การถ่ายโอนข้อมูลแบบขนาน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;        การถ่ายโอนข้อมูลแบบขนาน คือการส่งข้อมูลครั้งละหลายๆ บิตพร้อมกันไปจากอุปกรณ์ส่งไปยังอุปกรณ์รับ ตัวกลางระหว่างสองเครื่องจึงต้องมีช่องทางให้ข้อมูลเดินทางหลายๆ ช่องทางโดยมากจะเป็นสายนำสัญญาณหลายๆ เส้น โดยจำนวนสายส่งจะต้องเท่ากับจำนวนบิตที่ต้องการส่งแต่ละครั้ง วิธีนี้นิยมใช้กับการส่งข้อมูลระยะทางใกล้และปกติความยาวของสายไม่ควรยาวมากเกินไปเพราะอาจทำให้เกิดปัญหาสัญญาณสูญหายไปกับความต้านทานของสาย&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#3333ff;"&gt;&lt;strong&gt;2) การถ่ายโอนข้อมูลแบบอนุกรม&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;       การถ่ายโอนข้อมูลแบบอนุกรม เป็นการส่งข้อมูลครั้งละ 1 บิต ไปบนสัญญาณจนครบจำนวนข้อมูลที่มีอยู่ สามารถนำไปใช้กับสื่อนำข้อมูลที่มีเพียง 1 ช่องสัญญาณได้ สื่อนำข้อมูลที่มี 1 ช่องสัญญาณนี้จะมีราคาถูกกว่าสื่อนำข้อมูลที่มีหลายช่องสัญญาณ และเนื่องจากการสื่อสารแบบอนุกรมมีการส่งข้อมูลได้ครั้งละ 1 บิตเท่านั้น การส่งข้อมูลประเภทนี้จึงช้ากว่าการส่งข้อมูลครั้งละหลายบิต&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-7968560324850641119?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/7968560324850641119/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_5932.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/7968560324850641119'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/7968560324850641119'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_5932.html' title='วิธีการถ่ายโอนข้อมูล'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-3669236009323262105</id><published>2009-08-17T21:28:00.000-07:00</published><updated>2009-08-17T21:30:30.358-07:00</updated><title type='text'>การสื่อสารข้อมูล</title><content type='html'>เมื่อกล่าวถึงการติดต่อสื่อสารในอดีตอาจหมายถึงการพูดคุยกันของมนุษย์ซึ่งอาจเป็นการแสดงออกด้วยท่าทาง การใช้ภาษาพูดหรือผ่านทางตัวอักษร โดยเป็นการสื่อสารในระยะใกล้ๆ ต่อมาเทคโนโลยีก้าวหน้าได้มีการพัฒนาการสื่อสารเข้ากับการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทำให้สามารถสื่อสารได้ในระยะไกลขึ้นและสะดวกรวดเร็วมากขึ้น เช่น การใช้โทรเลข โทรศัพท์ โทรสาร เป็นต้น อุปกรณ์ที่ใช้ในการสื่อสารเองก็ได้รับการพัฒนาความสามารถขึ้นมาเป็นลำดับ และเข้ามามีบทบาททุกวงการ ดังนั้นยุคสารสนเทศนี้การสื่อสารข้อมูลจึงหมายถึง การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารซึ่งอาจอยู่ในรูปของตัวอักษร ตัวเลข รูปภาพ เสียงหรือวีดีทัศน์ระหว่างอุปกรณ์สื่อสาร โดยผ่านทางสื่อกลางในการสื่อสารซึ่งอาจเป็นสื่อกลางประเภทที่มีสายหรือไร้สายก็ได้องค์ประกอบหลักของระบบสื่อสารข้อมูลมีอยู่ 5 อย่าง ได้แก่&lt;br /&gt;      - ผู้ส่ง(sender)&lt;br /&gt;      - ผู้รับ(receiver)&lt;br /&gt;      - ข่าวสาร(message)&lt;br /&gt;      - สื่อกลาง(media)&lt;br /&gt;      - โพรโทคอล(protocol)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-3669236009323262105?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/3669236009323262105/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_6177.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/3669236009323262105'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/3669236009323262105'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_6177.html' title='การสื่อสารข้อมูล'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-765496332690132235</id><published>2009-08-17T21:26:00.000-07:00</published><updated>2009-08-17T21:28:31.153-07:00</updated><title type='text'>ประโยชน์ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์</title><content type='html'>1) การจัดเก็บข้อมูลได้ง่ายและสื่อสารได้รวดเร็ว&lt;br /&gt;การจัดเก็บข้อมูลซึ่งอยู่ในรูปของสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ สามารถจัดเก็บไว้ในแผ่นบันทึกที่มีความหนาแน่นสูง แผ่นบันทึกแผ่นหนึ่งสามารถบันทึกข้อมูลได้มากกว่า 1 ล้านตัวอักษร สำหรับการสื่อสารข้อมูลนั้น ถ้าข้อมูลผ่านสายโทรศัพท์ได้ด้วยอัตรา 120 ตัวอักษรต่อวินาทีแล้ว จะส่งข้อมูล 200 หน้าได้ในเวลา 40 นาที โดยที่ไม่ต้องเสียเวลานั่งป้อนข้อมูลเหล่านั้นซ้ำใหม่อีก&lt;br /&gt;2) ความถูกต้องของข้อมูล&lt;br /&gt;โดยปกติมีการส่งข้อมูลด้วยสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์จากจุดหนึ่งไปยังจุดอื่นด้วยระบบดิจิทัล วิธีการรับส่งนั้นจะมีการตรวจสอบสภาพของข้อมูล หากข้อมูลผิดพลาดก็จะมีการรับรู้และพยายามหาวิธีแก้ไขให้ข้อมูลที่ได้รับมีความถูกต้อง โดยอาจให้ทำการส่งใหม่ หรือกรณีที่ผิดพลาดไม่มากนัก ฝ่ายผู้รับอาจใช้โปรแกรมของตนแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องได้&lt;br /&gt;3) ความเร็วในการทำงาน&lt;br /&gt;โดยปกติสัญญาณทางไฟฟ้าจะเดินทางด้วยความเร็วเท่าแสง ทำให้การใช้คอมพิวเตอร์ส่งข้อมูลจากซีกโลกหนึ่งไปยังอีกซีกโลกหนึ่งหรือค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่สามารถทำได้รวดเร็ว ความรวดเร็วของระบบจะทำให้ผู้ใช้สะดวกสบายอย่างยิ่ง เช่น บริษัทสายการบินทุกแห่งสามารถทราบข้อมูลของทุกเที่ยวบินได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การจองที่นั่งของสายการบินสามารถทำได้ทันที&lt;br /&gt;4) ต้นทุนประหยัด&lt;br /&gt;การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าหากันเป็นเครือข่ายเพื่อส่งหรือสำเนาข้อมูลทำให้ราคาต้นทุนของการใช้ข้อมูลประหยัดขึ้น เมื่อเทียบกับการจัดส่งแบบวิธีอื่น เราสามารถส่งข้อมูลให้กันและกันผ่านทางสายโทรศัพท์ได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-765496332690132235?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/765496332690132235/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_7142.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/765496332690132235'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/765496332690132235'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_7142.html' title='ประโยชน์ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-8735929159702302072</id><published>2009-08-17T21:17:00.000-07:00</published><updated>2009-08-17T21:26:30.759-07:00</updated><title type='text'>ระบบเครือข่ายและการสื่อสารบนเครือข่าย</title><content type='html'>การติดต่อสื่อสารข้อมูลสมัยใหม่นี้มีรากฐานมาจากความพยายามในการเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์ โดยอาศัยระบบสื่อสารที่มีอยู่แล้ว เช่น โทรศัพท์ ดังนั้นการสื่อสารข้อมูลจึงอยู่ในขอบเขตที่จำกัด ต่อมามีการใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้น ความต้องการในการติดต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์หลายเครื่องในเวลาเดียวกัน ที่เรียก ระบบเครือข่าย (Network System) ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นเป็นลำดับ&lt;br /&gt;           ในตอนเริ่มต้นของยุคสื่อสารเมื่อประมาณ พ।ศ। 2513 – 2515 ความต้องการใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกันมีมากขึ้น แต่คอมพิวเตอร์ยังมีราคาสูงมาก เมื่อเทียบกับอุปกรณ์สื่อสารที่มีอยู่แล้วบางอย่างการสื่อสารด้วยระบบเครือข่ายในระยะนั้นจึงเน้นการใช้คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่ศูนย์คอมพิวเตอร์เป็นผู้ให้บริการโดยผู้ใช้สามารถติดต่อผ่านเครื่องปลายทาง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายของระบบต่อมาเมื่อถึงยุคสมัยของไมโครคอมพิวเตอร์ พบว่าขีดความสามารถในด้านความเร็วของการทำงานของคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ มีความเร็วมากกว่าไมโครคอมพิวเตอร์ประมาณ 10 เท่า แต่ราคาแพงกว่าหลายพันเท่า ทำให้การใช้ไมโครคอมพิวเตอร์แพร่หลายและกระจายออกไป การสื่อสารจึงกลายเป็นระบบเครือข่ายที่เชื่อมโยงระหว่างคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่องแทนที่จะเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่กับเครื่องปลายทางแบบกระจาย&lt;br /&gt;           ลักษณะของเครือข่ายจึงเริ่มจากจุดเล็กๆ อาจจะอยู่บนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์เดียวกันขยายตัวใหญ่ขึ้นเป็นทั้งระบบที่ทำงานร่วมกันในห้องทำงานในตึก ระหว่างตึก ระหว่างสถาบันระหว่างเมือง ระหว่างประเทศ&lt;br /&gt;           ข้อมูลในรูปของสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ที่เก็บในคอมพิวเตอร์สามารถส่งต่อ คัดลอก จัดพิมพ์ทำสำเนาได้ง่าย เมื่อเทียบกับการคัดลอกด้วยมือซึ่งต้องใช้เวลามากและเสี่ยงต่อการทำข้อมูลผิดพลาดอีกด้วย วิธีการทางด้านการสื่อสารข้อมูล กำลังได้รับการนำมาประยุกต์ใช้ในระบบสำนักงานที่เรียกว่า ระบบสำนักงานอัตโนมัติ (Office Automation) ระบบดังกล่าวนี้มักเรียกย่อกันสั้นๆ ว่า โอเอ (OA) เป็นระบบที่ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาช่วยในการทำงานที่เกี่ยวกับเอกสารทั่วไป แล้วส่งไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ด้วยไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อโอนย้ายแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้ระหว่างแผนกซึ่งอาจตั้งอยู่ภายในอาคารเดียวกันหรือไกลกันคนละเมืองก็ได้ โดยการส่งข้อมูลข่าวสารเช่นนี้ต้องเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายประเภทที่สามารถผนวกเข้าหากันเป็น&lt;br /&gt;ระบบเดียวได้ อุปกรณ์เหล่านั้นอาจเป็นโทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ หรืออุปกรณ์เครือข่ายซึ่งนักเรียนจะได้เรียนต่อไป&lt;br /&gt;            บทบาทที่สำคัญอีกบทบาทหนึ่ง คือการให้บริการข้อมูล หลายประเทศจัดให้มีฐานข้อมูลไว้บริการ เช่น ฐานข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ฐานข้อมูลงานวิจัย ฐานข้อมูลทางเศรษฐกิจ ฐานข้อมูลของสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภค ในมหาวิทยาลัยอาจมีข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือและตำราวิชาการ หากผู้ใช้ต้องการข้อมูลใดก็สามารถติดต่อมายังศูนย์บริการข้อมูลนั้น การติดต่อจะผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้การได้รับข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-8735929159702302072?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/8735929159702302072/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_17.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/8735929159702302072'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/8735929159702302072'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_17.html' title='ระบบเครือข่ายและการสื่อสารบนเครือข่าย'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-2593235071951597394</id><published>2009-08-10T07:57:00.001-07:00</published><updated>2009-08-10T07:57:35.867-07:00</updated><title type='text'>หน้าต่างฟอร์ม</title><content type='html'>คือ  ส่วนที่ใช้ในการออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้ของซอฟต์แวร์ที่จะสร้างขึ้น  โดยผู้พัฒนาระบบจะต้องนำคอมโพเนนต์ต่าง ๆ มาวางบนฟอร์มในการสร้างต้องมีฟอร์มอย่างน้อย 1 ฟอร์มเสมอ  โปรแกรมจะสร้างให้อัตโนมัติเสมอเมื่อมีการเปิดโปรแกรมและตั้งชื่อให้เป็น Form 1 เสมอ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-2593235071951597394?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/2593235071951597394/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_2605.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/2593235071951597394'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/2593235071951597394'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_2605.html' title='หน้าต่างฟอร์ม'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-6496279739750500149</id><published>2009-08-10T07:56:00.001-07:00</published><updated>2009-08-17T20:16:14.537-07:00</updated><title type='text'>ส่วนประกอบของหน้าต่างหลักภาษาเดลฟาย</title><content type='html'>- หน้าต่างฟอร์ม&lt;br /&gt;- หน้าต่างคุณสมบัติของวัตถุ มี 2 แท็บ&lt;br /&gt;* แท็บคุณสมบัติ&lt;br /&gt;* แท็บเหตุการณ์&lt;br /&gt;- หน้าต่างเอดิเตอร์&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-6496279739750500149?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/6496279739750500149/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_2938.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/6496279739750500149'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/6496279739750500149'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_2938.html' title='ส่วนประกอบของหน้าต่างหลักภาษาเดลฟาย'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-7996395610693315681</id><published>2009-08-10T07:55:00.001-07:00</published><updated>2009-08-17T20:17:20.194-07:00</updated><title type='text'>รูปแบบของคอมโพเนนต์</title><content type='html'>- ปุ่ม (Button)&lt;br /&gt;- ข้อความ (Label)&lt;br /&gt;- ช่องสำหรับกรอกข้อความ (Edit Box)&lt;br /&gt;- รูปภาพ (Image)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-7996395610693315681?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/7996395610693315681/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_638.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/7996395610693315681'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/7996395610693315681'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_638.html' title='รูปแบบของคอมโพเนนต์'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-8818936397450269026</id><published>2009-08-10T07:54:00.000-07:00</published><updated>2009-08-10T07:55:19.652-07:00</updated><title type='text'>การเขียนโปรแกรมแบบจินตภาพ</title><content type='html'>นำหลักการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุมาใช้และทำให้การเขียนง่ายขึ้น  โดยมีอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวก  โดยผู้พัฒนาโปรแกรมสามารถสร้างชิ้นงานได้และสามารถเห็นผลงานตั้งแต่ขณะที่กำลังสร้าง  โดยไม่ต้องรอให้สร้างจนเสร็จสมบูรณ์  เครื่องมือที่ระบบเตรียมให้เรียกว่า  “คอมโพเนนต์”  (component)&lt;br /&gt;         ปัจจุบันมีการใช้หลักการเขียนโปรแกรมแบบจินตภาพหลายภาษา  เช่น   ภาษาวิชวลเบสิก    ภาษาเดลฟาย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-8818936397450269026?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/8818936397450269026/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_5230.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/8818936397450269026'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/8818936397450269026'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_5230.html' title='การเขียนโปรแกรมแบบจินตภาพ'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-4069561242602802855</id><published>2009-08-10T07:53:00.000-07:00</published><updated>2009-08-10T07:54:30.298-07:00</updated><title type='text'>การโปรแกรมแบบเชิงวัตถุ</title><content type='html'>วัตถุ คือ  ส่วนย่อย ๆ ของโปรแกรมที่สร้างขึ้นเพื่อทำงานเฉพาะอย่างแล้วจึงนำวัตถุย่อย ๆ มาประกอบกันเป็นโปรแกรมใหญ่&lt;br /&gt;       วัตถุที่สร้างขึ้นมาแล้ว  สามารถนำกลับไปใช้กับโปรแกรมอื่นได้อีก  โดยผู้เขียนโปรแกรมไม่จำเป็นต้องสร้างวัตถุเองทุกชิ้น  สามารถนำวัตถุที่ผู้อื่นสร้างไว้มาใช้ใหม่ได้  เพียงแค่รู้ว่าวัตถุนั้นทำหน้าที่และเรียกใช้งานอย่างไร  เช่น ภาษาจาวา  ภาษาซีชาร์ป&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-4069561242602802855?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/4069561242602802855/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_6527.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/4069561242602802855'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/4069561242602802855'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_6527.html' title='การโปรแกรมแบบเชิงวัตถุ'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-2491693424377743137</id><published>2009-08-10T07:49:00.000-07:00</published><updated>2009-08-17T20:19:05.077-07:00</updated><title type='text'>คำสั่งในภาษาปาสคาลตามลักษณะการทำงาน</title><content type='html'>- คำสั่งกำหนดค่า( assignment statement)&lt;br /&gt;- คำสั่งนำข้อมูลออก (output statement)&lt;br /&gt;- คำสั่งนำข้อมูลเข้า (input statement)&lt;br /&gt;- คำสั่งควบคุมลำดับการทำงานของโปรแกรม (control statement)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#990000;"&gt;คำสั่งกำหนดค่า( assignment statement)&lt;br /&gt;เป็นคำสั่งใช้ในการกำหนดค่าให้กับตัวแปร ซึ่งได้ประกาศไว้ในส่วนประกาศ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#999900;"&gt;คำสั่งนำข้อมูลออก (output statement)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#999900;"&gt;       เป็นคำสั่งให้แสดงผลลัพธ์หรือข้อความที่ต้องการออกทางอุปกรณ์ส่งออก เช่น จอภาพ เครื่องพิมพ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;คำสั่งนำข้อมูลเข้า (input statement)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;      เป็นคำสั่งที่สั่งให้นำข้อมูลจากอุปกรณ์รับเข้าซึ่งอาจเป็นแผงแป้นอักขระเข้าสู่หน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปเก็บในตัวแปรที่มีการประกาศในส่วนประกาศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#ffcc00;"&gt;คำสั่งควบคุมลำดับการทำงานของโปรแกรม (control statement)&lt;br /&gt;- การควบคุมเกี่ยวกับการทำงานตามเงื่อนไข&lt;br /&gt;- การทำงานแบบทำซ้ำตามที่ได้ออกแบบไว้&lt;br /&gt;- คำสั่งจะสอดคล้องกับการทำงานของโครงสร้างควบคุม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;ส่วนอธิบายโปรแกรม&lt;br /&gt;        เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขในภายหลังก็สามารถทำได้ โดยการใส่เครื่องหมายที่ทำหน้าที่ซ่อนข้อความหลังเครื่องหมายนั้นจากตัวแปลภาษาในขั้นตอนของการแปลโปรแกรมเป็นภาษาเครื่อง ตัวแปลภาษาจะข้ามข้อความเหล่านั้นไป เครื่องหมายนั้นได้แก่ (*คำอธิบาย*)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-2491693424377743137?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/2491693424377743137/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_6984.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/2491693424377743137'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/2491693424377743137'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_6984.html' title='คำสั่งในภาษาปาสคาลตามลักษณะการทำงาน'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-5230018224130612990</id><published>2009-08-10T07:46:00.000-07:00</published><updated>2009-08-17T20:30:23.525-07:00</updated><title type='text'>โครงสร้างภาษาปาสคาล</title><content type='html'>&lt;span style="color:#000099;"&gt;1. ส่วนประกาศ (declaration part)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;2. ส่วนคำสั่ง (statement part)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ส่วนประกาศ (declaration part)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span style="color:#990000;"&gt;PROGRAM Average_1; (*Declaration part*)&lt;br /&gt;Var Sum, N, data : integer;&lt;br /&gt;average : real;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#993399;"&gt;ส่วนคำสั่ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;Begin &lt;span style="color:#6600cc;"&gt;&lt;strong&gt;(*main program*)&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;Write(‘The program will calculate the average of’); &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#6600cc;"&gt;(*output statement*) &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;Write&lt;span style="font-family:georgia;"&gt;(‘ five integers you enter through the keyboard..’);&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;WriteIn;&lt;br /&gt;sum :=; &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#6600cc;"&gt;(*assignment statement*)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;N :=1;&lt;br /&gt;WHILE N &lt;=5 Do &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#6600cc;"&gt;(*while loop*)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;begin&lt;br /&gt;Write(‘Please enter the number :’);&lt;br /&gt;ReadIn(data); &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#6600cc;"&gt;(*input statement*)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;sum :=sum+data;&lt;br /&gt;N :=N+1; &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#6600cc;"&gt;(*end of while loop*)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;End;&lt;br /&gt;Average :=sum5;&lt;br /&gt;Write(‘The average of five numbers is’ ,Average : 6:2);&lt;br /&gt;End. &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#6600cc;"&gt;(*end of program*)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#660000;"&gt;ตัวอย่างการทำงานของโปรแกรม&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;The program will calculate the average of five&lt;br /&gt;Integers you enter through the keyboard…..&lt;br /&gt;Please enter the number : 0&lt;br /&gt;Please enter the number : 3&lt;br /&gt;Please enter the number : 4&lt;br /&gt;Please enter the number : 8&lt;br /&gt;Please enter the number : 12&lt;br /&gt;The average of five numbers is 13.50&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-5230018224130612990?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/5230018224130612990/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_10.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/5230018224130612990'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/5230018224130612990'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post_10.html' title='โครงสร้างภาษาปาสคาล'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-171750535189410416</id><published>2009-08-10T07:43:00.000-07:00</published><updated>2009-08-10T07:46:05.370-07:00</updated><title type='text'>การแก้ปัญหากับภาษาปาสคาล</title><content type='html'>ปาสคาลเป็นภาษาระดับสูงที่ใช้หลักการโปรแกรมโครงสร้างในการเขียนโปรแกรมและเป็นภาษาที่เป็นระบบซึ่งง่ายต่อการตรวจสอบความผิดพลาด เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย  เหมาะกับผู้เริ่มต้นเขียนโปรแกรม&lt;br /&gt;            โดยแบ่งโปรแกรมออกเป็นส่วนย่อย ๆ ชัดเจน  จากนั้นจึงค่อยนำมาเชื่อมโยงทำให้สามารถจัดการได้ง่าย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-171750535189410416?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/171750535189410416/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/171750535189410416'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/171750535189410416'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/blog-post.html' title='การแก้ปัญหากับภาษาปาสคาล'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-5203204821096232466</id><published>2009-08-08T07:28:00.000-07:00</published><updated>2009-08-10T07:38:21.116-07:00</updated><title type='text'></title><content type='html'>&lt;div&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;สัญลักษณ์ของผังงานที่ใช้บ่อย &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/SoAqHTD0idI/AAAAAAAAANg/gE-rP5IWwx4/s1600-h/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E7.gif"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5368337060689381842" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 39px; CURSOR: hand; HEIGHT: 58px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/SoAqHTD0idI/AAAAAAAAANg/gE-rP5IWwx4/s200/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E7.gif" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ทิศทาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/SoAqHJhJODI/AAAAAAAAANY/p8I4hwe7Kjg/s1600-h/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E6.gif"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5368337058128017458" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 50px; CURSOR: hand; HEIGHT: 43px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/SoAqHJhJODI/AAAAAAAAANY/p8I4hwe7Kjg/s200/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E6.gif" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;จุดเชื่อมต่อหน้ากระดาษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/SoAo2bV05YI/AAAAAAAAANQ/wcS_kbY9y9U/s1600-h/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E5.gif"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5368335671342982530" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 42px; CURSOR: hand; HEIGHT: 42px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/SoAo2bV05YI/AAAAAAAAANQ/wcS_kbY9y9U/s200/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E5.gif" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; จุดเชื่อมต่อผังงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/SoAo1-bIApI/AAAAAAAAANI/X92cMnSK1TQ/s1600-h/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E4.gif"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5368335663580578450" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 74px; CURSOR: hand; HEIGHT: 58px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/SoAo1-bIApI/AAAAAAAAANI/X92cMnSK1TQ/s200/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E4.gif" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; การปฏิบัติงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/SoAo00jsB8I/AAAAAAAAAM4/GfnVlOrmVYs/s1600-h/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E2.gif"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5368335643752269762" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 92px; CURSOR: hand; HEIGHT: 50px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/SoAo00jsB8I/AAAAAAAAAM4/GfnVlOrmVYs/s200/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E2.gif" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; การรับข้อมูลและแสดงผลข้อมูล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/SoAo0mUh8mI/AAAAAAAAAMw/3yi9VApRcj0/s1600-h/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E1.gif"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5368335639930597986" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 98px; CURSOR: hand; HEIGHT: 34px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/SoAo0mUh8mI/AAAAAAAAAMw/3yi9VApRcj0/s200/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E1.gif" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; เริ่มต้นและจบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;ปัญหา คือ สิ่งที่เรายังไม่ทราบคำตอบ และ ยังไม่ทราบขั้นตอนวิธีในการแก้ปัญหา &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;การแก้ปัญหาโจทย์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;nลองผิด ลองถูก&lt;br /&gt;nการใช้เหตุผลประกอบ&lt;br /&gt;nวิธีขจัด&lt;br /&gt;nการใช้ตารางแสดงความสัมพันธ์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;กระบวนการที่จำเป็นในการแก้ปัญหามี 4 ขั้นตอน ดังนี้คือ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;1) การทำความเข้าใจปัญหา - ทำความเข้าใจถ้อยคำต่าง ๆ ในปัญหา - แยกแยะให้ออกว่าสิ่งที่ต้องการหาคืออะไร - ข้อมูลและเงื่อนไขกำหนดให้มีอะไรบ้าง เพียงพอที่จะหาคำตอบได้หรือไม่ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;2) การวางแผนในการแก้ปัญหา แบ่งได้ 2 กรณีคือ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;1 มีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาในลักษณะนั้น ๆ มาก่อน &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;- พิจารณาสิ่งที่ต้องการหา &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;- เลือกปัญหาเก่าที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับปัญหาที่จะแก้&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ทำให้ได้แนวทาง &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;- ปรับปรุงแนวทางในการแก้ปัญหาเก่าให้สอดคล้องเหมาะสมกับปัญหาใหม่ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;- วางแผนแก้ปัญหา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;2 ไม่มีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาลักษณะนี้มาก่อน &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;- พิจารณาสิ่งที่ต้องการหา &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;- หาวิธีการเพื่อให้ได้ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่ต้องการหากับข้อมูลที่มีอยู่ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;- พิจารณาดูว่า ความสัมพันธ์นั้นสามารถหาคำตอบได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม หรือหาความสัมพันธ์ในรูปแบบอื่น &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;- วางแผนแก้ปัญหา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;2.3 ดำเนินการแก้ปัญหาตามแผนที่วางไว้ เมื่อวางแผนเสร็จแล้วก็ดำเนินการแก้ปัญหา ตามแผนที่วางไว้ ระหว่างการดำเนินการ ถ้าเห็นแนวทางอื่นที่ดีกว่า ก็สามารถนำมาปรับเปลี่ยนได้&lt;br /&gt;2.4 ตรวจสอบการแก้ปัญหา เมื่อได้วิธีการแก้ปัญหาแล้ว จำเป็นต้องตรวจสอบว่า วิธีการที่ใช้ให้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องหรือไม่ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;3) ดำเนินการแก้ปัญหาตามแผนที่วางไว้ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เมื่อได้มีการวางแผนแล้วก็ดำเนินการแก้ปัญหา ระหว่างการดำเนินการแก้ปัญหา อาจทำให้เห็นแนวทางที่ดีกว่าที่คิดไว้ก็สามารถ ปรับเปลี่ยนได้&lt;br /&gt;4) การตรวจสอบ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เ&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ป็นขั้นตอนสุดท้ายที่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบผลลัพธ์ว่า ได้ดำเนินการ แก้ปัญหาตามแผนที่วางไว้ถูกต้องหรือไม่ กระบวนการแก้ปัญหา สามารถสรุปออกมาเป็นแผนภาพดังนี้&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="right"&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/Sn2UJv0E34I/AAAAAAAAAMo/-GXD7M1DKyA/s1600-h/à¸£à¸¹à¸›à¸"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5367609226070122370" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 123px; CURSOR: hand; HEIGHT: 200px" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/Sn2UJv0E34I/AAAAAAAAAMo/-GXD7M1DKyA/s200/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E1.png" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="right"&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/Sn2UJv0E34I/AAAAAAAAAMo/-GXD7M1DKyA/s1600-h/à¸£à¸¹à¸›à¸"&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt; &lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ชื่อ.......................................................ห้อง............เลขที่....................ว/ด/ป...................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#663366;"&gt;&lt;strong&gt;เรื่อง กระบวนการแก้ปัญหา&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;ตอนที่ 1&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;สมมติว่าโรงเรียนของท่านมีปริมาณขยะที่ตกตามพื้นโรงเรียนจำนวนมากซึ่งเกิดจาก&lt;br /&gt;การทิ้งขยะไม่เป็นที่ ให้นักเรียนวางแผนแก้ปัญหาโดยใช้กระบวนการแก้ปัญหา&lt;br /&gt;1. ขั้นการวิเคราะห์และกำหนดรายละเอียดของปัญหา&lt;br /&gt;2. ขั้นการเลือกเครื่องมือและออกแบบขั้นตอนวิธี&lt;br /&gt;3. ขั้นการดำเนินการแก้ปัญหา&lt;br /&gt;4. ขั้นการตรวจสอบและปรับปรุง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ตอนที่ 2 ปัญหาลูกเสือเข้าแถว&lt;br /&gt;สมมติว่ามีกองลูกเสือจำนวน 24 คน ผู้กำกับลูกเสือต้องการจัดแถวเป็น 6 แถว&lt;br /&gt;แถวละ 5 คน ลูกเสือคิดไม่ออก ขอให้นักเรียนคิดและเขียนภาพการจัดแถวลูกเสือกองนี้&lt;br /&gt;แล้วตอบคำถามต่อไปนี้ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;- สร้างแผนภาพการจัดแถวลูกเสือ 6 แถว แถวละ 5 คน จากลูกเสือ 24 คน&lt;br /&gt;- คำถามข้อที่ 1 ปัจจัยและเงื่อนไขที่กำหนดให้ คือ....................&lt;br /&gt;- คำถามข้อที่ 2 สิ่งที่โจทย์ปัญหาต้องการ คือ..........................&lt;br /&gt;- คำถามข้อที่ 3 ขั้นตอนการแก้ปัญหา คือ................................&lt;br /&gt;- คำถามข้อที่ 4 ผลที่ได้จากการคิดหรือการแก้ปัญหา คือ.........&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ปริศนาลากเส้น&lt;br /&gt;มีจุด 9 จุด ตามที่กำหนด จงลากเส้นสี่เส้น ให้ผ่านจุดทั้ง 9 จุดนี้ โดยไม่ยกปากกา&lt;br /&gt;แล้วตอบคำถามต่อไปนี้ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;1 ปัจจัยและเงื่อนไขที่กำหนดให้ คือ..........................................&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;2. สิ่งที่โจทย์ปัญหาต้องการ คือ.................................................&lt;br /&gt;3. ขั้นตอนการแก้ปัญหา คือ........................................................&lt;br /&gt;4. ผลที่ได้จากการคิดหรือการแก้ปัญหา คือ ........................................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การจำลองความคิดเป็นผังงานแบบลำดับของขั้นตอนการใช้โทรศัพท์&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5368340457457461970" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 133px; CURSOR: hand; HEIGHT: 200px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/SoAtNBAcKtI/AAAAAAAAANo/Xv-VbI3XYv0/s200/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E8.gif" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;การจำลองความคิดเป็นผังงานแบบเลือกของขั้นตอนการประเมินผลสอบ&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5368340812905538930" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 200px; CURSOR: hand; HEIGHT: 160px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/SoAthtJ3ZXI/AAAAAAAAANw/k7QRkd76Jps/s200/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E9.gif" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;การจำลองความคิดเป็นผังงานแบบวนซ้ำของลำดับขั้นตอนการตักน้ำจากตุ่มครั้งละ 1 ขันใส่ถังน้ำจนเต็ม&lt;br /&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5368343646058226546" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 169px; CURSOR: hand; HEIGHT: 200px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/SoAwGneGo3I/AAAAAAAAAOA/ceFq-mvZvao/s200/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E10.gif" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-5203204821096232466?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/5203204821096232466/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/n-n-n-n-4-1-2-2-1-2-2.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/5203204821096232466'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/5203204821096232466'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/08/n-n-n-n-4-1-2-2-1-2-2.html' title=''/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/SoAqHTD0idI/AAAAAAAAANg/gE-rP5IWwx4/s72-c/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E7.gif' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-5923357823954483022</id><published>2009-07-02T21:10:00.000-07:00</published><updated>2009-07-02T21:20:06.472-07:00</updated><title type='text'>ระบบติดต่อใช้งานคอมพิวเตอร์</title><content type='html'>ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์สามารถช่วยจัดการให้ผู้ใช้เรียกใช้หรือติดต่อกับเครื่องได้ทันที โดยรูปแบบของการติดต่อกับเครื่องจะขึ้นกับระบบปฏิบัติการที่ถูกติดตั้ง ระบบติดต่อใช้งานคอมพิวเตอร์อาจแบ่งได้เป็นสามกลุ่มด้วยกัน คือ&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#990000;"&gt;1 กลุ่มพิมพ์คำสั่งเข้าทีละบรรทัด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ระบบติดต่อแบบนี้เป็นระบบติดต่อแบบแรกที่พัฒนามาพร้อมๆ กับคอมพิวเตอร์ เป็นการป้อนคำสั่งทีละบรรทัด ซึ่งไม่เอื้อต่อการใช้งานคอมพิวเตอร์เท่าใดนัก เพราะผู้ใช้ต้องจำคำสั่งต่างๆ ให้ได้เสียก่อน เช่น การเรียกใช้คำสั่งของดอส แต่หากใช้จนเกิดความชำนาญ ข้อดีคือสามารถเรียกโปรแกรมมาทำงานได้รวดเร็วที่สุด ใช้พื้นที่หน่วยความจำน้อย เพราะลดการแสดงผลในส่วนของกราฟิก &lt;div&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/Sk2FmzCFaFI/AAAAAAAAAMQ/SXzXVpy711Y/s1600-h/1.gif"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5354082433593862226" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 267px; CURSOR: hand; HEIGHT: 152px" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/Sk2FmzCFaFI/AAAAAAAAAMQ/SXzXVpy711Y/s200/1.gif" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="color:#990000;"&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2 กลุ่มเลือกรายการเมนู&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ในระบบนี้จะแสดงรายการย่อยของคำสั่งต่างๆ ซึ่งโดยทั่วไปเป็นข้อความตัวอักษร ไม่เป็นรูปกราฟิก ผู้ใช้เพียงแต่เลื่อนตัวชี้ แถบสี หรือสัญลักษณ์ลูกศรขึ้นหรือลงไปยังรายการที่ต้องการ แล้วกดปุ่มเลือกรายการนั้น ระบบติดต่อคอมพิวเตอร์แบบนี้ใช้งานได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องจำคำสั่งมาก เพราะจะมีรายการคำสั่งแสดงไว้ให้เลือก&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/Sk2GL-1vyfI/AAAAAAAAAMY/DHRVAk7YlJ0/s1600-h/2.gif"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5354083072418499058" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 269px; CURSOR: hand; HEIGHT: 117px" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/Sk2GL-1vyfI/AAAAAAAAAMY/DHRVAk7YlJ0/s200/2.gif" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;3 กลุ่มเลือกสัญรูป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;มีลักษณะคล้ายระบบกลุ่มเลือกรายการเมนู เพียงแต่ว่ารายการของกลุ่มนี้จะเป็นรูปภาพหรือสัญรูปสำหรับเลือก โดยมีเมาส์เป็นตัวเลื่อนตัวชี้และเลือกรายการ ในบางกรณีก็อาจเป็นรายการเมนูย่อยของข้อมูลในระบบ ระบบติดต่อคอมพิวเตอร์ระบบนี้ใช้งานง่าย ไม่ต้องเรียนรู้หรือจดจำคำสั่งที่ซับซ้อน ระบบนี้มีผู้นิยมหรือกล่าวถึงกันมากคือ ระบบติดต่อผู้ใช้เชิงกราฟิกเรียกว่า Graphic User Interface หรือ GUI ซอฟต์แวร์ประเภท GUI เป็นซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่จึงใช้พื้นที่หน่วยความจำมาก ต้องใช้ตัวประมวลผลที่มีขีดความสามารถสูงจึงจะทำงานได้ผล&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/Sk2GmvZfTGI/AAAAAAAAAMg/CB1em9sDYdA/s1600-h/3.gif"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5354083532129913954" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 204px; CURSOR: hand; HEIGHT: 185px" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/Sk2GmvZfTGI/AAAAAAAAAMg/CB1em9sDYdA/s200/3.gif" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-5923357823954483022?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/5923357823954483022/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/blog-post_9941.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/5923357823954483022'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/5923357823954483022'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/blog-post_9941.html' title='ระบบติดต่อใช้งานคอมพิวเตอร์'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/Sk2FmzCFaFI/AAAAAAAAAMQ/SXzXVpy711Y/s72-c/1.gif' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-6524161149259947798</id><published>2009-07-02T20:54:00.000-07:00</published><updated>2009-07-02T20:57:21.311-07:00</updated><title type='text'>ภาษาคอมพิวเตอร์ในแต่ละยุค</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#990000;"&gt;3.1 ภาษาเครื่อง (Machine Languages)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เนื่องจากคอมพิวเตอร์ทำงานด้วยสัญญาณทางไฟฟ้า ใช้แทนด้วยตัวเลข 0 และ 1 ได้ ผู้ออกแบบคอมพิวเตอร์ใช้ตัวเลข 0 และ 1 นี้เป็นรหัสแทนคำสั่งในการสั่งงานคอมพิวเตอร์ซึ่ง คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้ เราเรียกเลขฐานสองที่ประกอบกันเป็นชุดคำสั่งและใช้สั่งงานคอมพิวเตอร์ว่าภาษาเครื่อง&lt;br /&gt;การใช้ภาษาเครื่องถึงแม้คอมพิวเตอร์จะเข้าใจได้ทันที แต่มนุษย์จะมีข้อยุ่งยากมากเพราะเข้าใจและจดจำภาษาเครื่องได้ยาก ดังนั้นจึงมีผู้สร้างภาษาคอมพิวเตอร์ในรูปแบบอื่นที่เป็นตัวอักษร&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6600;"&gt;&lt;strong&gt;3.2 ภาษาแอสเซมบลี (Assembly Languages)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ในยุคที่ 2 ถัดจากภาษาเครื่อง ภาษาแอสเซมบลีช่วยลดความยุ่งยากในการเขียนโปรแกรมเพื่อติดต่อกับคอมพิวเตอร์ แต่อย่างไรก็ตาม ภาษาแอสเซมบลีก็ยังมีความใกล้เคียงภาษาเครื่องอยู่มาก โดยใช้ตัวแปลภาษาที่เรียกว่าแอสเซมเบลอร์ (Assembler) เพื่อแปลชุดภาษาแอสเซมบลีให้เป็นภาษาเครื่อง&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ffcc33;"&gt;3.3 ภาษาระดับสูง (High-Level Languages)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ในยุคที่ 3 เริ่มมีการใช้ชุดคำสั่งที่เรียกว่า Statements ที่มีลักษณะเป็นประโยคภาษาอังกฤษ ทำให้ผู้เขียนโปรแกรมสามารถเข้าใจชุดคำสั่งเพื่อสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานง่ายขึ้น ผู้คนทั่วไปสามารถเรียนรู้และเขียนโปรแกรมได้ง่ายขึ้น เนื่องจากภาษาระดับสูงใกล้เคียงภาษามนุษย์&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;แปลภาษาระดับสูงเพื่อให้เป็นภาษาเครื่องมีอยู่ 2 ชนิด คือ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;คอมไพเลอร์ (Compiler) และ อินเทอร์พรีเตอร์ (Interpreter)&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;&lt;strong&gt;·   คอมไพเลอร์&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; จะทำการแปลโปรแกรมที่เขียนเป็นภาษาระดับสูงทั้งโปรแกรมให้เป็นภาษาเครื่องก่อน แล้วจึงให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามภาษาเครื่องนั้น&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#996633;"&gt;&lt;strong&gt;·   อินเทอร์พรีเตอร์&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; จะทำการแปลทีละคำสั่ง แล้วให้คอมพิวเตอร์ทำตามคำสั่งนั้น เมื่อทำเสร็จแล้วจึงแปลคำสั่งลำดับต่อไป&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663333;"&gt;ดังนั้นข้อแตกต่างระหว่างคอมไพเลอร์กับอินเทอร์พรีเตอร์จึงอยู่ที่การแปลทั้งโปรแกรมหรือแปลทีละคำสั่ง สำหรับตัวอย่างภาษาระดับสูง ได้แก่ ภาษาโคบอล(COBOL) ฟอร์แทรน (FORTRAN) เบสิก (Basic) ปาสคาล (Pascal) และภาษาซี(C) เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;3.4 ภาษายุคที่ 4 (Fourth-Generation Languages: 4GL)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เนื่องจากภาษาระดับสูงนั้นเป็นภาษาที่ต้องกำหนดขั้นตอนการทำงาน(Procedural) จึงทำให้ในบางครั้งจำเป็นต้องเขียนโค้ดโปรแกรมที่ยาวยืดเยื้อกว่าจะได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ดังนั้นจึงเกิดภาษายุคที่ 4 ขึ้น ซึ่งเป็นภาษาที่ไม่ต้องกำหนดขั้นตอนการทำงาน (Non-Procedural) เพียงแต่สั่งว่าต้องการข้อมูลอะไร ก็สามารถแสดงผลลัพธ์ได้ตามต้องการ ตัวอย่างภาษายุคที่ 4 เช่น ชุดคำสั่งภาษา SQL (Structured Query Language)&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#330099;"&gt;&lt;strong&gt;3.5 ภาษาเชิงวัตถุ (Object-Oriented Languages)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ในยุคที่ 5 ที่เรียกว่า การเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (Object-Oriented Programming: OOP) ซึ่งจะมองทุกสิ่งเป็นวัตถุ (Object) โดยวัตถุจะประกอบด้วยข้อมูล (Data) และวิธีการ (Method) และจะมีคลาส (Class) เป็นตัวกำหนดคุณสมบัติของวัตถุ รวมทั้งความสามารถในการถ่ายทอดคุณสมบัติ (Inheritance) การ Encapsulation และการนำกลับมาใช้ใหม่&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#cc6600;"&gt;ภาษาเชิงวัตถุสามารถนำมาพัฒนาระบบงานที่มีความซับซ้อนได้เป็นอย่างดี ตัวอย่างภาษานี้เช่น Visual Basic, C++ และ JAVA เป็นต้น&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-6524161149259947798?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/6524161149259947798/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/blog-post_1198.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/6524161149259947798'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/6524161149259947798'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/blog-post_1198.html' title='ภาษาคอมพิวเตอร์ในแต่ละยุค'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-4931416623433453207</id><published>2009-07-02T20:47:00.000-07:00</published><updated>2009-07-02T20:53:59.437-07:00</updated><title type='text'>ภาษาคอมพิวเตอร์ (Programming Languages)</title><content type='html'>&lt;span style="color:#330099;"&gt;เมื่อมนุษย์ต้องการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการทำงาน มนุษย์จะต้องบอกขั้นตอนวิธีการให้คอมพิวเตอร์ทราบ การที่บอกสิ่งที่มนุษย์เข้าใจให้คอมพิวเตอร์รับรู้ และทำงานได้อย่างถูกต้อง จำเป็นต้องมีสื่อกลาง ถ้าเปรียบเทียบกับชีวิตประจำวันแล้ว เรามีภาษาที่ใช้ในการติดต่อซึ่งกันและกัน เช่นเดียวกันถ้ามนุษย์ต้องการจะถ่ายทอดความต้องการให้คอมพิวเตอร์รับรู้และปฏิบัติตาม  จะต้องมีสื่อกลางสำหรับการติดต่อเพื่อให้คอมพิวเตอร์รับรู้ เราเรียกสื่อกลางนี้ว่า ภาษาคอมพิวเตอร์&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-4931416623433453207?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/4931416623433453207/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/programming-languages.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/4931416623433453207'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/4931416623433453207'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/programming-languages.html' title='ภาษาคอมพิวเตอร์ (Programming Languages)'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-5815311690220989298</id><published>2009-07-02T20:46:00.001-07:00</published><updated>2009-07-02T20:46:50.204-07:00</updated><title type='text'>ความจำเป็นของการใช้ซอฟต์แวร์</title><content type='html'>&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;การที่เราเห็นคอมพิวเตอร์ทำงานให้กับเราได้มากมาย เพราะว่ามีผู้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาให้เราสั่งงานคอมพิวเตอร์ ร้านค้าอาจใช้คอมพิวเตอร์ทำบัญชีที่ยุ่งยากซับซ้อน บริษัทขายตั๋วใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในระบบการจองตั๋ว คอมพิวเตอร์ช่วยในเรื่องกิจการงานธนาคารที่มีข้อมูลต่าง ๆ มากมาย คอมพิวเตอร์ช่วยงานพิมพ์เอกสารให้สวยงาม เป็นต้น การที่คอมพิวเตอร์ดำเนินการให้ประโยชน์ได้มากมายมหาศาลจะอยู่ที่ซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์จึงเป็นส่วนสำคัญของระบบคอมพิวเตอร์ หากขาดซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ก็ไม่สามารถทำงานได้ ซอฟต์แวร์จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น และมีความสำคัญมาก และเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ทำให้ระบบสารสนเทศเป็นไปได้ตามที่ต้องการ ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์จึงเป็นส่วนสำคัญที่ควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ให้ดำเนินการตามแนวความคิดที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว คอมพิวเตอร์ต้องทำงานตามโปรแกรมเท่านั้น ไม่สามารถทำงานที่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในโปรแกรม &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-5815311690220989298?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/5815311690220989298/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/blog-post_5155.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/5815311690220989298'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/5815311690220989298'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/blog-post_5155.html' title='ความจำเป็นของการใช้ซอฟต์แวร์'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-5405985978407013871</id><published>2009-07-02T01:51:00.000-07:00</published><updated>2009-07-02T20:51:49.056-07:00</updated><title type='text'>ภาษาระดับสูง</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษาระดับสูง : เป็นภาษาระดับสูงโปรแกรมจะเขียนในลักษณะคล้ายภาษาอังกฤษ ทำให้เขียนได้ง่ายขึ้น และสำหรับตัวแปลภาษาโปรแกรมเหล่านี้คือ &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="คอมไพเลอร์" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;คอมไพเลอร์&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (Compiler) โดยคอมไพเลอร์จะทำหน้าที่แปล &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="Souce Program" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=Souce_Program&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;Souce Program&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; ให้เป็น&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="Oject Program" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=Oject_Program&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;Oject Program&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; โดยแปลครั้งเดียว ในปีค.ศ. &lt;span style="font-family:verdana;"&gt;1960&lt;/span&gt; ได้มีการพัฒนา ภาษาระดับสูง (High Level Language) ขึ้น ภาษาระดับสูงจะใช้คำในภาษาอังกฤษแทนคำสั่งต่าง ๆ รวมทั้งสามารถใช้นิพจน์ทางคณิตศาสตร์ได้ด้วย ทำให้นักเขียนโปรแกรมสามารถใช้เวลามุ่งไปในการศึกษาถึงทางแก้ปัญหาเท่านั้น ไม่ต้องเป็นกังวลว่าคอมพิวเตอร์จะทำงานอย่างไรอีกต่อไป&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;ภาษาระดับสูงนี้ถือว่าเป็น ภาษายุคที่สาม&lt;/span&gt; (third-generation language) ซึ่งทำให้เกิดการประมวลผลข้อมูลเพิ่มมากขึ้นอย่างมหาศาลระหว่างปี ค.ศ. 1960 ถึง ค.ศ. 1970 และมีผู้หันมาใช้คอมพิวเตอร์กันมากขึ้น โดยสังเกตได้จากเครื่องเมนเฟรมจากจำนวนร้อยเครื่องเพิ่มขึ้นเป็นหมื่นเครื่อง อย่างไรก็ตาม ภาษาระดับสูงก็ยังคงต้องการตัวแปลภาษาให้เป็นภาษาเครื่องเพื่อสั่งให้เครื่องทำงานต่อไป ตัวแปลภาษาที่นิยมใช้งานกันโดยทั่วไปจะเป็นแบบคอมไพเลอร์ ซึ่งแต่ละภาษาก็มีคอมไพเลอร์ไม่เหมือนกัน รวมทั้งคอมไพเลอร์แต่ละตัวก็จะต่างกันไปบนเครื่องแต่ละชนิดด้วย เช่น &lt;span style="color:#330099;"&gt;ถ้าเขียนโปรแกรมภาษา COBOL บนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ ก็จะต้องเลือกใช้คอมไพเลอร์ภาษา COBOL ที่ทำงานบนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ ซึ่งการเขียนโปรแกรมภาษาหนึ่งภาษาใดบนเครื่องที่ต่างกันอาจจะแตกต่างกันได้ เพราะคอมไพเลอร์ที่ใช้ต่างกันนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;ภาษาคอมพิวเตอร์บางภาษาได้ถูกออกแบบมาให้ใช้แก้ปัญหางานเฉพาะบางอย่าง เช่น การควบคุมหุ่นยนต์ การสร้างภาพกราฟฟิก เป็นต้น แต่ภาษาคอมพิวเตอร์โดยมากจะมีความยืดหยุ่นให้ใช้งานทั่ว ๆ ไปได้ เช่น ภาษา BASIC ภาษา COBOL หรือภาษา FORTRAN เป็นต้น และนอกจากนี้ยังมีภาษา C ที่ได้รับความนิยมมากเช่นกัน&lt;br /&gt;ตัวอย่างภาษาโปรแกรมระดับสูง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a title="ภาษาฟอร์แทรน" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php/à¸"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษาฟอร์แทรน&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (FORTRAN)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษา Basic" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2_Basic&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษา Basic&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (BASIC)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษา Pascal" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2_Pascal&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษา Pascal&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (PASCAL)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษา C" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2_C&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษา C&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (C)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษา C++" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2_C%2B%2B&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษา C++&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (C++)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="Cobol" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=Cobol&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;Cobol&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (COBAL)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษา PL/1" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2_PL/1&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษา PL/1&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (PL/1)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษา RPG" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2_RPG&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษา RPG&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (RPG)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษา Algol" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2_Algol&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษา Algol&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (ALGOL)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ADA" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=ADA&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ADA&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="JAVA" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=JAVA&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;JAVA&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="PHP" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=PHP&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;PHP&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษาโปรล็อก" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษาโปรล็อก&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (Prolog)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษาอ็อบเจกทีฟ-ซี" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%9F-%E0%B8%8B%E0%B8%B5&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษาอ็อบเจกทีฟ-ซี&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (Objective-C)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;&lt;strong&gt;ภาษา Fortran(Formula Translator)&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;ภาษาระดับสูงภาษาแรก&lt;/span&gt; เป็นภาษาโปรแกรมที่ใช้งานด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และด้านคณิตศาสตร์ ภาษาฟอร์เทนจะประกอบด้วยข้อความ คำสั่ง ทีละบรรทัด เป็นประเภทที่เหมาะกับงานด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ เริ่มพัฒนาขึ้นใช้ตั้งแต่ ค.ศ. 1954 โดยบริษัท &lt;/span&gt;&lt;a title="IBM" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php/IBM"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;IBM&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; ได้ว่าจ้างให้ประดิษฐ์ขึ้น เพื่อใช้ในการคำนวณทางวิทยาศาสตร์&lt;br /&gt;ภาษานี้ได้มีการดัดแปลงแก้ไขมาตลอดจาก FORTRAN I จนมาเป็น FORTRAN 77 ภาษานี้เหมาะกับงานคำนวณมาก จึงเป็นที่นิยมในกลุ่มวิศวกร นักสถิติและนักวิจัยในการคำนวณจะมีฟังก์ชันต่างๆ ไว้ให้เรียกใช้ได้เต็มที่ เช่น การหารากที่สอง การหาค่าสัมบูรณ์ เป็นต้น แต่ไม่สามารถสั่งพิมพ์ผลหรือรายงานได้ดีเหมือนภาษาโคบอล&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a name=".E0.B8.A0.E0.B8.B2.E0.B8.A9.E0.B8.B2_Basic.28Beginning.27s_All_Purpose_Symbolic_Instruction_Code.29"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#cc9933;"&gt;ภาษา Basic(Beginning's All Purpose Symbolic Instruction Code)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;ภาษาโปรแกรมสำหรับผู้เริ่มต้น เป็นภาษาโปรแกรมที่เรียนรู้ง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับใช้ในวงการศึกษา และเป็น&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;ภาษาที่นิยมมากที่สุดภาษาหนึ่ง&lt;/span&gt; ส่วนมากใช้กับมินิและไมโครคอมพิวเตอร์ เพราะสื่อสารโต้ตอบได้ทันที (&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="Interactive language" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=Interactive_language&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;Interactive language&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;) การเขียนค่อนข้างง่าย การแก้ไขโปรแกรมก็สะดวก ภาษานี้จะต้องใช้ตัวแปลประเภท "ตัวแปลคำสั่ง" (&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="Interpreter" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=Interpreter&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;Interpreter&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;) แปลให้เป็นภาษาเครื่อง &lt;span style="color:#993300;"&gt;การแปลนั้นจะแปลทีละคำสั่ง แล้วปฏิบัติการตามคำสั่งเลย ถ้ามีการสั่งให้ทำซ้ำ ก็จะต้องแปลใหม่ทุกครั้ง &lt;/span&gt;ภาษาเบสิก เป็นภาษาที่เก่าแก่และได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อให้ง่ายต่อการเรียนและใช้นักวิชาการคอมพิวเตอร์เองไม่ชอบภาษานี้ และกล่าวหาว่าเป็นภาษาที่มีโครงสร้างภาษาไม่ค่อยดีจึงไม่ส่งเสริมให้นำไปใช้ในการเขียนโปรแกรมอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตามผู้ผลิตไมโครคอมพิวเตอร์เห็นไม่ตรงกัน คือคิดว่าเป็นภาษาที่ง่าย ดังนั้นจึงบรรจุตัวแปลภาษานี้เอาไว้ในหน่วยความจำรอม เพื่อให้ผู้ใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ใช้ภาษานี้ได้&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a name=".E0.B8.A0.E0.B8.B2.E0.B8.A9.E0.B8.B2_Pascal"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;ภาษา Pascal&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เป็นภาษาสำหรับการเรียนการสอนโดยเฉพาะ เป็นภาษาที่เขียนง่าย ใช้ถ้อยคำน้อย เหมาะกับงานทางด้านวิทยาศาสตร์เช่นเดียวกันชื่อ ปาสคาล มาจาก &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="เบลส ปาสคาล" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%AA_%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A5&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;เบลส ปาสคาล&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศสที่เป็นผู้คิดไม้บรรทัด&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="สไลด์รูล" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%A5&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;สไลด์รูล&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; แต่ภาษานี้เกิดขึ้นหลังจากที่ปาสคาล ตายไปหลายปีแล้ว ภาษาปาสคาลเป็นภาษาที่นักวิชาการคอมพิวเตอร์ท่านหนึ่งได้คิดค้นตามหลักการภาษาคอมพิวเตอร์ที่ดี ต่อมาบรรดาอาจารย์ทั่วโลกได้เห็นพ้องกันว่าจะนำมาใช้เป็นภาษาสำหรับสอนนักเรียนนักศึกษาเป็นภาษาแรก เมื่อรู้ดีแล้วจึงค่อยเปลี่ยนไปเรียนวิธีใช้ภาษาอื่นๆ ปัจจุบันนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการเองก็แนะนำให้ใช้เป็นภาษาสำหรับสอนในระดับมัธยมศึกษา&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a name=".E0.B8.A0.E0.B8.B2.E0.B8.A9.E0.B8.B2_C"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;ภาษา C&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เป็นภาษาสมัยใหม่ เป็นภาษาที่ใช้สำหรับเขียนโปรแกรมระบบปฏิบัติการ เหมาะสำหรับโปรแกรมเมอร์ที่มีความสามารถสูง เป็นภาษาที่นิยมใช้กันมากในการเขียนโปรแกรมสำเร็จรูป ทำกราฟิกส์ก็ได้ รหัสที่ใช้คล้ายกับภาษาเครื่อง ภาษาซี เป็นภาษาที่มีชื่อค่อนข้างแปลก แต่มีความหมายว่าเป็นภาษาที่เกิดหลังภาษา A และ B ซึ่งมีผู้รู้จักกันน้อยกว่า ภาษาซีนี้มีลักษณะที่แปลกคือ สามารถสั่งงานคอมพิวเตอร์ในระดับอุปกรณ์ได้ ดังนั้นนอกจากจะใช้สั่งให้ทำงานประยุกต์ได้แล้วยังใช้สั่งควบคุมการทำงานระดับเครื่องได้ด้วย ขณะนี้&lt;span style="color:#990000;"&gt;ภาษาซีได้รับความนิยมมาก&lt;/span&gt; ถ้าผู้ใดรู้ภาษาซีจะได้เปรียบมากในการทำงานด้านคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;นอกจากนี้ภาษา C ยังได้มีการพัฒนาก้าวหน้าขึ้นไปอีก โดยทำการประยุกต์แนวความคิดของการโปรแกรมเชิงวัตถุเข้ามาใช้ในภาษา ทำให้เกิดเป็นภาษาใหม่คือ C++&lt;br /&gt;(++ ในความหมายของภาษาซีคือการเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งนั่นเอง) ซึ่งเป็นภาษาที่ได้รับความนิยมใช้งานพัฒนาโปรแกรมอย่างมาก&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a name=".E0.B8.A0.E0.B8.B2.E0.B8.A9.E0.B8.B2.E0.B8.8B.E0.B8.B5.E0.B8.9E.E0.B8.A5.E0.B8.B1.E0.B8.AA.E0.B8.9E.E0.B8.A5.E0.B8.B1.E0.B8.AA_.28C.2B.2B.29"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#333399;"&gt;&lt;strong&gt;ภาษาซีพลัสพลัส (C++)&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;เป็น&lt;/span&gt;&lt;a title="ภาษาโปรแกรม" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php/à¸"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษาโปรแกรม&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;คอมพิวเตอร์อเนกประสงค์ มีโครงสร้างภาษาที่มี&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="การจัดชนิดข้อมูลแบบสแตติก" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;การจัดชนิดข้อมูลแบบสแตติก&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="En:statically typed" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=En:statically_typed&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;statically typed&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;) และสนับสนุนรูปแบบการ เขียนโปรแกรมที่หลากหลาย (&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="En:multi-paradigm programming language" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=En:multi-paradigm_programming_language&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;multi-paradigm language&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;) ได้แก่ &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="การโปรแกรมเชิงกระบวนคำสั่ง" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;การโปรแกรมเชิงกระบวนคำสั่ง&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;, &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="การนิยามข้อมูล" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;การนิยามข้อมูล&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;, &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="การโปรแกรมเชิงวัตถุ" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%96%E0%B8%B8&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;การโปรแกรมเชิงวัตถุ&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;, และ&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="การโปรแกรมแบบเจเนริก" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;การโปรแกรมแบบเจเนริก&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="En:generic programming" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=En:generic_programming&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;generic programming&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;) ภาษาซีพลัสพลัสเป็นภาษาโปรแกรมเชิงพาณิชย์ที่นิยมมากภาษาหนึ่งนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990 &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="En:Bjarne Stroustrup" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=En:Bjarne_Stroustrup&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;Bjarne Stroustrup&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; จาก&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="เบลล์แล็บส์" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B9%8C&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;เบลล์แล็บส์&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="En:Bell Labs" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=En:Bell_Labs&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;Bell Labs&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;) เป็นผู้พัฒนาภาษาซีพลัสพลัส (เดิมใช้ชื่อ "C with &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="คลาส" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AA&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;classes&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;") ในปี &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="พ.ศ. 2526" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2526&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ค.ศ. 1983&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; เพื่อพัฒนา&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษาซี" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B5&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษาซี&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ดั้งเดิม สิ่งที่พัฒนาขึ้นเพิ่มเติมนั้นเริ่มจากการเพิ่มเติมการสร้าง&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="คลาส" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AA&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;คลาส&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;จากนั้นก็เพิ่มคุณสมบัติต่างๆ ตามมา ได้แก่ &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="เวอร์ชวลฟังก์ชัน" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%99&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;เวอร์ชวลฟังก์ชัน&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="การโอเวอร์โหลดโอเปอเรเตอร์" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;การโอเวอร์โหลดโอเปอเรเตอร์&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="การสืบทอดหลายสาย" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;การสืบทอดหลายสาย&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="เทมเพลต" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%95&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;เทมเพลต&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; และ&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="การจัดการเอกเซพชัน" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%99&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;การจัดการเอกเซพชัน&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; มาตรฐานของภาษาซีพลัสพลัส ได้รับการรับรองในปี &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="พ.ศ. 2541" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2541&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ค.ศ. 1998&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; เป็นมาตรฐาน &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="En:ISO/IEC 14882" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=En:ISO/IEC_14882&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ISO/IEC 14882&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;:1998 เวอร์ชันล่าสุดคือเวอร์ชันในปี &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="พ.ศ. 2546" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2546&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ค.ศ. 2003&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; ซึ่งเป็นมาตรฐาน ISO/IEC 14882:2003 ในปัจจุบันมาตรฐานของภาษาในเวอร์ชันใหม่ (รู้จักกันในชื่อ C++0x) กำลังอยู่ในขั้นพัฒนา&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;รูปแบบของการออกแบบภาษาซีพลัสพลัส ภาษาซีพลัสพลัสได้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นภาษาสำหรับการเขียนโปรแกรมทั่วไป สามารถรองรับการเขียนโปรแกรมในระดับภาษาเครื่องได้ เช่นเดียวกับภาษาซี ในทางทฤษฎี ภาษาซีพลัสพลัสควรจะมีความเร็วเทียบเท่าภาษาซี แต่ในการเขียนโปรแกรมจริงนั้น ภาษาซีพลัสพลัสเป็นภาษาที่มีการเปิดกว้างให้&lt;/span&gt;&lt;a title="โปรแกรมเมอร์" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php/à¹‚à¸›à¸£à¹à¸à¸£à¸¡à¹€à¸¡à¸&amp;shy;à¸£à¹Œ"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;โปรแกรมเมอร์&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;เลือกรูปแบบการเขียนโปรแกรม ซึ่งทำให้มีแนวโน้มที่โปรแกรมเมอร์อาจใช้รูปแบบที่ไม่เหมาะสม ทำให้โปรแกรมที่เขียนมีประสิทธิภาพต่ำกว่าที่ควรจะเป็น และภาษาซีพลัสพลัสนั้นเป็นภาษาที่มีความซับซ้อนมากกว่าภาษาซี จึงทำให้มีโอกาสเกิด&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="บั๊ก" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B9%8A%E0%B8%81&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;บั๊ก&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ขณะคอมไพล์มากกว่า ภาษาซีพลัสพลัสได้รับการออกแบบเพื่อเข้ากันได้กับภาษาซีในเกือบทุกกรณี (ดูเพิ่มเติมที่ &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="En:Compatibility of C and C++" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=En:Compatibility_of_C_and_C%2B%2B&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;Compatibility of C and C++&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;) มาตรฐานของภาษาซีพลัสพลัส ถูกออกแบบมาเพื่อไม่ให้มีการเจาะจงแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;ภาษาซีพลัสพลัสถูกออกแบบมาให้รองรับรูปแบบการเขัยนโปรแกรมที่หลากหลาย (multi-paradigm)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a name=".E0.B8.A0.E0.B8.B2.E0.B8.A9.E0.B8.B2_Cobol.28Common_Business_Oriented_Language.29"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;strong&gt;ภาษา Cobol(Common Business Oriented Language)&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ภาษาโปรแกรมสำหรับธุรกิจ ที่มีลักษณะคล้ายกับภาษาอังกฤษ ซึ่งผู้คิดเฉพาะเจาะจงให้ใช้กับงานประเภทธุรกิจ ปัจจุบันเป็นที่นิยมมากในงานธุรกิจใหญ่ๆ เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ ค.ศ. 1961 ในกระทรวงกลาโหมอเมริกัน ส่วนของโปรแกรมจะแบ่งเป็น IDENTIFICATION DIVISION, ENVIRONMENT DIVISION, DATA DIVISION และ PROCEDURE DIVISIONภาษาโคบอลนั้นเน้นใน เรื่องความมีระเบียบในการเขียน อ่านง่าย เข้าใจง่าย การประมวลผลไม่ยุ่งยากเท่าภาษาฟอร์แทรน แต่ต้องการผลลัพธ์ที่จัดรูปสวยงาม ลักษณะของภาษาคล้ายภาษาอังกฤษง่ายๆ เช่น ADD TAX TO PRICE เป็นต้น&lt;br /&gt;คอมพิวเตอร์เมนเฟรมเกือบทุกเครื่องจะต้องมีตัวแปลภาษานี้อยู่ด้วยภาษาโคบอลเป็นภาษาเก่าแก่ภาษาหนึ่ง ชื่อของภาษาก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นภาษาสำหรับใช้งานธุรกิจ ภาษานี้มีลักษณะเป็นประโยคเหมือนภาษาอังกฤษ จึงใช้ง่ายสำหรับผู้ที่ทำงานด้านธุรกิจ ขณะเดียวกันการเขียนโปรแกรมก็เป็นเสมือนคำอธิบายในตัวว่า โปรแกรมนี้ทำงานอะไร&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่เป็นนักคอมพิวเตอร์แล้วจะรู้สึกว่าภาษานี้ยืดยาดไม่น่าใช้ การที่โลกนี้ยังใช้ภาษานี้อยู่ก็เพราะหน่วยงานต่างๆ ยังใช้โปรแกรมที่เขียนด้วยภาษานี้กันอยู่อีกมาก การจะเลิกไปใช้ภาษาที่ใหม่กว่าจึงทำได้ยากและที่สำคัญคือ เป็นภาษาโปรแกรมที่อิสระจากเครื่อง หมายความว่า โปรแกรมที่เขียนขึ้นใช้งานบนคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งเพียงแค่ปรับปรุงเล็กน้อย ก็สามารถรันได้บนคอมพิวเตอร์อีกชนิดหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a name=".E0.B8.A0.E0.B8.B2.E0.B8.A9.E0.B8.B2_PL.2F1_.28Programming_Language.2Fone.29"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;&lt;strong&gt;ภาษา PL/1 (Programming Language/one)&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;จัดได้ว่าใช้กับงานประเภทใดก็ได้ ผิดกับฟอร์แทรนและโคบอล ซึ่งเหมาะกับงานคนละอย่าง เริ่มใช้มาตั้งแต่ ค.ศ.1976 เป็นภาษาที่ค่อนข้างยากและซับซ้อน มีการใช้เครื่องหมาย ; &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="(Semicolon)" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%28Semicolon%29&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;(Semicolon)&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; ตอนจบคำสั่งทุกคำสั่งหลายๆคำสั่งจะถูกนำมารวมกันเรียกว่า &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="Procedure" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=Procedure&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;Procedure&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; ซึ่งอาจเป็นโปรแกรมเล็กๆ หรือส่วนหนึ่งของโปรแกรมใหญ่ๆก็ได้&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a name=".E0.B8.A0.E0.B8.B2.E0.B8.A9.E0.B8.B2.E0.B8.AD.E0.B8.B2.E0.B8.A3.E0.B9.8C.E0.B8.9E.E0.B8.B5.E0.B8.88.E0.B8.B5_.28RPG_.E0.B8.A2.E0.B9.88.E0.B8.AD.E0.B8.A1.E0.B8.B2.E0.B8.88.E0.B8.B2.E0.B8.81_Report_Program_Generator.29"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;strong&gt;ภาษาอาร์พีจี (RPG ย่อมาจาก Report Program Generator)&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;เริ่มใช้มาตั้งแต่ราวทศวรรษ 1960 ประโยชน์จริงๆยังแคบมาก ส่วนมากใช้เฉพาะในวงการธุรกิจเล็กๆ หรืองานคอมพิวเตอร์เล็กๆ ภาษานี้มุ่งในเรื่องการทำงานโดยเฉพาะรายงาน เป็นต้นว่า บัญชีรับจ่าย การจัดเรียงและเขียนคำสั่ง ของภาษานี้แบ่งเป็นส่วนๆคล้ายภาษาโคบอล แต่ต้องเขียนในกระดาษแบบฟอร์มที่กำหนด การแก้ไขมักจะทำยาก ภาษานี้ไม่เหมาะกับงานที่มีแฟ้มข้อมูลซับซ้อน และการเขียนโปรแกรมสำหรับคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องก็มักจะไม่เหมือนกันต้องมีการแก้ไขดัดแปลงเล็กน้อยจึงจะใช้ได้ &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;ข้อดีของภาษานี้ก็คือ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; เรียนรู้ได้ง่าย กฎเกณฑ์ก็มีเล็กน้อย ดีสำหรับการอ่านแฟ้มข้อมูลใหญ่ๆที่มีข้อมูลมากๆ แต่มีการคำนวณน้อยๆ การพิมพ์ผล หรือรายงานจะทำได้สวย ผู้ที่รู้ภาษาโคบอลมาแล้วจะเขียนภาษานี้ได้เลย&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษา RPG" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2_RPG&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษา RPG&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; เป็นภาษาที่มีมานานแล้ว และคิดค้นโดยทีมงานของบริษัทไอบีเอ็ม สำหรับใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ระดับกลางและระดับใหญ่ของบริษัทเอง แต่โดยที่ใช้ในอดีตบริษัทสามารถขายเครื่องระดับดังกล่าวได้มาก จึงทำให้มีผู้นิยมใช้ภาษานี้เขียนโปรแกรมค่อนข้างมากเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a name=".E0.B8.A0.E0.B8.B2.E0.B8.A9.E0.B8.B2.E0.B8.AD.E0.B8.B1.E0.B8.A5.E0.B8.81.E0.B8.AD.E0.B8.A5_.28ALGOL_.E0.B8.A2.E0.B9.88.E0.B8.AD.E0.B8.A1.E0.B8.B2.E0.B8.88.E0.B8.B2.E0.B8.81_Algolithmic_Language.29"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;&lt;strong&gt;ภาษาอัลกอล (ALGOL ย่อมาจาก Algolithmic Language)&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;เริ่มใช้มาตั้งแต่ ค.ศ.1958 ผู้สร้างภาษานี้กำหนดไว้ให้ใช้กับงานทางวิทยาศาสตร์ และงานที่มีการคำนวณมากๆ ภาษานี้คล้ายกับภาษาฟอร์แทรนแต่เป็นที่นิยมมากในยุโรป ในขณะที่ภาษาฟอร์แทรนเป็นที่นิยมในสหรัฐ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a name=".E0.B8.A0.E0.B8.B2.E0.B8.A9.E0.B8.B2_.E0.B9.80.E0.B8.AD.E0.B8.94.E0.B9.89.E0.B8.B2__.28ADA.29"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;ภาษา เอด้า (ADA)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เป็นภาษาหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับอัลกอลและปาสคาล ผู้คิดภาษานี้ที่ตั้งชื่อว่าเอด้า เพื่อเป็นเกียรติแก่ &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="เลดี้ เอด้า ออกุสต้า" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%89_%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;เลดี้ เอด้า ออกุสต้า&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; ซึ่งทำงานร่วมกับ &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ชาร์ลส แบบเบจ" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A5%E0%B8%AA_%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%88&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ชาร์ลส แบบเบจ&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; เธอเองเป็นต้นคิดในการทำโปรแกรม จนได้ชื่อว่าเป็นนักเขียนโปรแกรมคนแรกของโลก กระทรวงกลาโหมอเมริกันเป็นผู้ให้การสนับสนุนให้สร้างภาษานี้ขึ้น เพื่อไว้ใช้ในกิจการทหาร ในราว ค.ศ.1980 คนที่ไม่ชอบก็มีมาก ส่วนคนที่ชอบก็ชื่นชมว่าเป็นก้าวใหม่ทางด้านเทคโนโลยีของการสร้าง&lt;/span&gt;&lt;a title="ซอฟต์แวร์" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php/à¸‹à¸&amp;shy;à¸Ÿà¸•à¹Œà¹à¸§à¸£à¹Œ"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ซอฟต์แวร์&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; ในปัจจุบันยังไม่เป็นที่นิยมนัก แต่ก็กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a name=".E0.B8.A0.E0.B8.B2.E0.B8.A9.E0.B8.B2.E0.B8.88.E0.B8.B2.E0.B8.A7.E0.B8.B2_.28Java_programming_language.29"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;ภาษาจาวา (Java programming language)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เป็นภาษาโปรแกรมเชิงวัตถุ พัฒนาโดย เจมส์ กอสลิง และวิศวกรคนอื่นๆ ที่ ซัน ไมโครซิสเต็มส์ ภาษาจาวาถูกพัฒนาขึ้นในปี พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991) โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการกรีน (the Green Project) และสำเร็จออกสู่สาธารณะในปี พ.ศ. 2538 (ค.ศ. 1995) ซึ่งภาษานี้มีจุดประสงค์เพื่อใช้แทนภาษาซีพลัสพลัส &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="(C++)" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%28C%2B%2B%29&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;(C++)&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; โดยรูปแบบที่เพิ่มเติมขึ้นคล้ายกับภาษาอ็อบเจกต์ทีฟซี &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="(Objective-C)" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%28Objective-C%29&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;(Objective-C)&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; แต่เดิมภาษานี้เรียกว่า &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษาโอ๊ก" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B9%8A%E0%B8%81&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษาโอ๊ก&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (Oak) ซึ่งตั้งชื่อตามต้นโอ๊กใกล้ที่ทำงานของ &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="เจมส์ กอสลิง" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B9%8C_%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%87&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;เจมส์ กอสลิง&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; แต่ว่ามีปัญหาทางลิขสิทธิ์ จึงเปลี่ยนไปใช้ชื่อ &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="'" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%22%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B2%22&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;"จาวา"&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;' ซึ่งเป็นชื่อกาแฟแทน และแม้ว่าจะมีชื่อคล้ายกัน แต่ภาษาจาวาไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับภาษาจาวาสคริปต์ (&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="JavaScript" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=JavaScript&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;JavaScript&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;) ปัจจุบันมาตรฐานของภาษาจาวาดูแลโดย &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="Java Community Process" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=Java_Community_Process&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;Java Community Process&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; ซึ่งเป็นกระบวนการอย่างเป็นทางการ ที่อนุญาตให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกำหนดความสามารถในจาวาแพลตฟอร์มได้&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a name=".E0.B8.9E.E0.B8.B5.E0.B9.80.E0.B8.AD.E0.B8.8A.E0.B8.9E.E0.B8.B5_.28PHP.29.28PHP_Hypertext_Preprocessor_.E0.B8.AB.E0.B8.A3.E0.B8.B7.E0.B8.AD.E0.B8.8A.E0.B8.B7.E0.B9.88.E0.B8.AD.E0.B9.80.E0.B8.94.E0.B8.B4.E0.B8.A1_Personal_Home_Page.29"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;พีเอชพี (PHP)(PHP Hypertext Preprocessor หรือชื่อเดิม Personal Home Page)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;คือ ภาษาคอมพิวเตอร์ในลักษณะ&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="เซิร์ฟเวอร์-ไซด์ สคริปต์" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9F%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B9%84%E0%B8%8B%E0%B8%94%E0%B9%8C_%E0%B8%AA%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%95%E0%B9%8C&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;เซิร์ฟเวอร์-ไซด์ สคริปต์&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; โดยลิขสิทธิ์อยู่ในลักษณะโอเพนซอร์ส ภาษาพีเอชพีใช้สำหรับจัดทำเว็บไซต์ และแสดงผลออกมาในรูปแบบ HTML โดยมีรากฐานโครงสร้างคำสั่ง&lt;br /&gt;มาจากภาษา &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษาซี" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B5&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษาซี&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษาจาวา" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B2&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษาจาวา&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; และ &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษาเพิร์ล" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A5&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษาเพิร์ล&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; ซึ่ง ภาษาพีเอชพี นั้นง่ายต่อการเรียนรู้ ซึ่งเป้าหมายหลักของภาษานี้ คือให้นักพัฒนาเว็บไซต์สามารถเขียน เว็บเพจ ที่มีความตอบโต้ได้อย่างรวดเร็ว&lt;br /&gt;การแสดงผลของพีเอชพี จะปรากฏในลักษณะ&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="HTML" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=HTML&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;HTML&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; ซึ่งจะไม่แสดงคำสั่งที่ผู้ใช้เขียน ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่พีเอชพีแตกต่างจากภาษาในลักษณะไคลเอนต์-ไซด์สคริปต์ เช่น ภาษาจาวาสคริปต์ ที่ผู้ชมเว็บไซต์ สามารถอ่าน ดูและคัดลอกคำสั่งไปใช้เองได้ นอกจากนี้พีเอชพียังเป็นภาษาที่เรียนรู้และเริ่มต้นได้ไม่ยาก โดยมีเครื่องมือช่วยเหลือและคู่มือที่สามารถหาอ่านได้ฟรีบนอินเทอร์เน็ต ความสามารถการประมวลผลหลัก&lt;br /&gt;ของพีเอชพี ได้แก่ การสร้างเนื้อหาอัตโนมัติจัดการคำสั่ง การอ่านข้อมูลจากผู้ใช้และประมวลผล การอ่านข้อมูลจากดาต้าเบส ความสามารถจัดการกับคุกกี้ ซึ่งทำงานเช่นเดียวกับโปรแกรมในลักษณะ CGI คุณลักษณะอื่นเช่น การประมวลผลตามบรรทัดคำสั่ง (command line scripting) ทำให้ผู้เขียนโปรแกรมสร้างสคริปต์พีเอชพี ทำงานผ่านพีเอชพี พาร์เซอร์ (PHP parser) โดยไม่ต้องผ่านเซิร์ฟเวอร์&lt;br /&gt;หรือเบราว์เซอร์ ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับ Cron (ใน &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ยูนิกซ์" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B9%8C&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ยูนิกซ์&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;หรือ&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ลีนุกซ์" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B9%8C&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ลีนุกซ์&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;) หรือ &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="Task Scheduler" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=Task_Scheduler&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;Task Scheduler&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (ในวินโดวส์) สคริปต์เหล่านี้สามารถนำไปใช้ในแบบ Simple text processing tasks ได้ การแสดงผลของพีเอชพี ถึงแม้ว่าจุดประสงค์หลักใช้ในการแสดงผล &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="HTML" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=HTML&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;HTML&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; แต่ยังสามารถสร้าง &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="XHTML" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=XHTML&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;XHTML&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; หรือ &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="XML" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=XML&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;XML&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; ได้ นอกจากนี้สามารถทำงานร่วมกับคำสั่งเสริมต่างๆ ซึ่งสามารถแสดงผลข้อมูลหลัก &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="PDF" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=PDF&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;PDF&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; แฟลช (โดยใช้ libswf และ Ming) พีเอชพีมีความสามารถอย่างมากในการทำงานเป็นประมวลผลข้อความ จาก POSIX Extended หรือ รูปแบบ Perl ทั่วไป เพื่อแปลงเป็นเอกสาร XML ในการแปลงและเข้าสู่เอกสาร &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="XML" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=XML&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;XML&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; เรารองรับมาตราฐาน &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="SAX" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=SAX&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;SAX&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; และ &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="DOM" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=DOM&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;DOM&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; สามารถใช้รูปแบบ XSLT ของเราเพื่อแปลงเอกสาร XML เมื่อใช้พีเอชพีในการทำอีคอมเมิร์ซ สามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมอื่น เช่น Cybercash payment, CyberMUT, VeriSign Payflow Pro และ CCVS functions เพื่อใช้ในการสร้างโปรแกรม&lt;br /&gt;ทำธุรกรรมทางการเงิน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a name=".E0.B8.A0.E0.B8.B2.E0.B8.A9.E0.B8.B2.E0.B9.82.E0.B8.9B.E0.B8.A3.E0.B8.A5.E0.B9.87.E0.B8.AD.E0.B8.81_.28Prolog.29"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;ภาษาโปรล็อก (Prolog)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เป็นภาษาสำหรับการเขียนโปรแกรมเชิง&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ตรรกะ" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B0&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ตรรกะ&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; ได้ชื่อมาจาก PROgrammation en LOGique (logic programming) สร้างขึ้นโดย Alain Colmerauer ราว &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ค.ศ. 1972" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84.%E0%B8%A8._1972&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ค.ศ. 1972&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; ภาษาโปรล็อกเกิดจากความพยายามที่จะสร้างภาษาที่อาศัยวิธีการทาง&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ตรรกศาสตร์" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ตรรกศาสตร์&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;แทนที่จะกำหนดคำสั่งอย่างละเอียดให้กับคอมพิวเตอร์ ภาษาโปรล็อกถูกนำไปใช้ในโปรแกรมสำหรับ&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ปัญญาประดิษฐ์" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B9%8C&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ปัญญาประดิษฐ์&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; และ&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษาศาสตร์เชิงคำนวณ" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%93&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษาศาสตร์เชิงคำนวณ&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (computational linguistics) โดยเฉพาะ&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="การประมวลผลภาษาธรรมชาติ" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;การประมวลผลภาษาธรรมชาติ&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; ไวยากรณ์ และความหมายของภาษานั้นเรียบง่ายและชัดเจน (เป้าหมายแรกของภาษาคือเป็นเครื่องมือสำหรับนักภาษาศาสตร์ที่ไม่รู้คอมพิวเตอร์) งานวิจัยจำนวนมากที่ทำให้เกิดการพัฒนาภาษาโปรล็อกในปัจจุบันนั้น เป็นผลมาจากโครงการระบบคอมพิวเตอร์ยุคที่ห้า (fifth generation computer systems project - FGCS) ซึ่งเลือกรูปแบบหนึ่งของภาษาโปรล็อกเป็นภาษาแก่น (Kernel Language) ของ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ระบบปฏิบัติการ" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ระบบปฏิบัติการ&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;br /&gt;ภาษาโปรล็อกมีพื้นฐานมาจาก&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="แคลคูลัสภาคแสดง" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%87&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;แคลคูลัสภาคแสดง&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (predicate calculus) หรือเรียกเต็ม ๆ ว่า &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="แคลคูลัสภาคแสดงอันดับที่หนึ่ง" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;แคลคูลัสภาคแสดงอันดับที่หนึ่ง&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (first-order predicate calculus) โดยจำกัดให้ใช้เฉพาะ&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="อนุประโยคของฮอร์น" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AE%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%99&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;อนุประโยคของฮอร์น&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (Horn clause) การดำเนินการของโปรแกรมโปรล็อก ก็คือการประยุกต์วิธีพิสูจน์ทฤษฎีบทโดยใช้&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="รีโซลูชันอันดับหนึ่ง" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;รีโซลูชันอันดับหนึ่ง&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (first-order resolution) แนวคิดพื้นฐานที่เกี่ยวข้องได้แก่ &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="การทำให้เท่ากัน" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;การทำให้เท่ากัน&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (unification), &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="การเรียกซ้ำจากส่วนท้าย" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;การเรียกซ้ำจากส่วนท้าย&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (tail recursion), &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="การย้อนรอย" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%A2&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;การย้อนรอย&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (backtracking) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a name=".E0.B8.A0.E0.B8.B2.E0.B8.A9.E0.B8.B2.E0.B8.AD.E0.B9.87.E0.B8.AD.E0.B8.9A.E0.B9.80.E0.B8.88.E0.B8.81.E0.B8.97.E0.B8.B5.E0.B8.9F-.E0.B8.8B.E0.B8.B5_.28Template:Lang-en.29"&gt;&lt;/a&gt;&lt;a class="new" title="Template:Lang-en" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=Template:Lang-en&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;ภาษาอ็อบเจกทีฟ-ซี (&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="Template:Lang-en" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=Template:Lang-en&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;Template:Lang-en&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;a class="new" title="Template:Lang-en" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=Template:Lang-en&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;) &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;เป็น&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษาโปรแกรมเชิงวัตถุ" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%96%E0%B8%B8&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษาโปรแกรมเชิงวัตถุ&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;และมี&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="สมบัติการสะท้อน" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;สมบัติการสะท้อน&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; โดยแรกเริ่ม ภาษาอ็อบเจกทีฟ-ซี พัฒนาขึ้นจาก&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษาซี" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B5&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษาซี&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;โดยยังคงคุณลักษณะของภาษาซีไว้ครบทุกประการเพียงแต่เพิ่มระบบส่งข้อความ (messaging) แบบเดียวกับ&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษาสมอลล์ทอล์ก" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%81&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษาสมอลล์ทอล์ก&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;เข้าไปเท่านั้น (Objective-C runtime) ปัจจุบันภาษาอ็อบเจกทีฟ-ซีมีคุณสมบัติอื่นๆเพิ่มเติมจากการพัฒนาภาษาอ็อบเจกทีฟ-ซี 2.0 โดย&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="บริษัทแอปเปิล" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%A5&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;บริษัทแอปเปิล&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; ภาษาอ็อบเจกทีฟ-ซีถูกใช้มากใน &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="Cocoa (API)" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=Cocoa_%28API%29&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;Cocoa (API)&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; ใน &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="Mac OS X" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=Mac_OS_X&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;Mac OS X&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;, &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="GNUstep (API)" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=GNUstep_%28API%29&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;GNUstep (API)&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; และ &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="Cocotron (API)" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=Cocotron_%28API%29&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;Cocotron (API)&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; เป็นต้น ซึ่งระบบเหล่านี้ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยมีพื้นฐานจากมาตรฐาน &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="OpenStep (API)" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=OpenStep_%28API%29&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;OpenStep (API)&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; ใน &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="Nextstep (Operating system)" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=Nextstep_%28Operating_system%29&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;Nextstep (Operating system)&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; โดยมีภาษาภาษาอ็อบเจกทีฟ-ซีเป็นภาษาหลัก ปัจจุบัน &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="Mac OS X" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=Mac_OS_X&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;Mac OS X&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ใช้ Cocoa เป็นเฟรมเวิร์กสำหรับสร้างโปรแกรมประยุกต์ โดย &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ไลบรารี" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B5&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ไลบรารี&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;และ/หรือ API เหล่านี้เป็นเพียงส่วนเพิ่มขยาย (&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="Software extension" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=Software_extension&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;Software extension&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;) เท่านั้น โปรแกรมที่ใช้ภาษาอ็อบเจกทีฟ-ซีทั่วไปที่ไม่ได้ใช้ส่วนเพิ่มขยายเหล่านี้ก็ยังสามารถ&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="คอมไพล์" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B9%8C&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;คอมไพล์&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ได้ เช่นอาจใช้แต่ &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="Gcc" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=Gcc&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;gcc&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; ซึ่งรองรับภาษาอ็อบเจกทีฟ-ซี&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a name=".E0.B8.A0.E0.B8.B2.E0.B8.A9.E0.B8.B2.E0.B8.A3.E0.B8.B9.E0.B8.9A.E0.B8.B5_.28Ruby.29"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;strong&gt;ภาษารูบี (Ruby)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เป็น&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษาโปรแกรมเชิงวัตถุ" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%96%E0%B8%B8&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษาโปรแกรมเชิงวัตถุ&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; ที่ได้รับอิทธิพลของโครงสร้างภาษามาจาก &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษาเพิร์ล" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A5&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษาเพิร์ล&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;กับ&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษาเอดา" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B2&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษาเอดา&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; มีความสามารถในเชิงวัตถุแบบเดียวกับ&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษาสมอลทอล์ค" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%84&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษาสมอลทอล์ค&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; และมีความสามารถหลายอย่างจาก&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษาไพทอน" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%99&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษาไพทอน&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;, &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษาลิสป์" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B9%8C&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษาลิสป์&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;, &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษา Dylan" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2_Dylan&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษา Dylan&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; และ&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษา CLU" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2_CLU&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ภาษา CLU&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; ตัวแปลภาษารูบีตัวหลักเป็น&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ซอฟต์แวร์เสรี" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%9F%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B5&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ซอฟต์แวร์เสรี&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; และเป็นตัวแปลแบบ&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="อินเตอร์พรีเตอร์" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;อินเตอร์พรีเตอร์&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;a name=".E0.B8.9B.E0.B8.A3.E0.B8.B0.E0.B8.A7.E0.B8.B1.E0.B8.95.E0.B8.B4"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;ประวัติ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ภาษารูบีสร้างโดย &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="Yukihiro Matsumoto" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=Yukihiro_Matsumoto&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;Yukihiro Matsumoto&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; หรือ "Matz" ซึ่งเริ่มพัฒนาเมื่อ &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="24 กุมภาพันธ์" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=24_%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;24 กุมภาพันธ์&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ค.ศ. 1993" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84.%E0%B8%A8._1993&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ค.ศ. 1993&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; และออกรุ่นแรกสู่สาธารณะใน &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ค.ศ.​1995" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84.%E0%B8%A8.%E2%80%8B1995&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ค.ศ.​1995&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; ชื่อ "รูบี" ที่แปลว่า &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ทับทิม" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%A1&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ทับทิม&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; นั้นเป็นหินประจำเดือนเกิดของเพื่อนร่วมงานของ Matsumoto โดยรูบีไม่ได้ตั้งใจตั้งชื่อล้อกับ &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ภาษาเพิร์ล" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A5&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;Perl&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; (แปลว่า &lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="ไข่มุก" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%81&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ไข่มุก&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;) ซึ่งเป็นหินประจำเดือนมิถุนายน ในขณะที่ทับทิมเป็นหินของเดือนกรกฎาคม&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-5405985978407013871?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/5405985978407013871/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/blog-post_3227.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/5405985978407013871'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/5405985978407013871'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/blog-post_3227.html' title='ภาษาระดับสูง'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-1691073462504528384</id><published>2009-07-02T01:47:00.000-07:00</published><updated>2009-07-02T20:51:49.056-07:00</updated><title type='text'>ภาษาระดับต่ำ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;font-size:180%;"&gt;ภาษาระดับต่ำ (low-level programming language) ในทางคอมพิวเตอร์ หมายถึง ภาษาที่อิงกับสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ใดสถาปัตยกรรมหนึ่ง ซึ่งไมโครโพรเซสเซอร์แต่ละรุ่น หรือ แต่ละตระกูล ก็มักมีภาษาระดับต่ำที่แตกต่างกัน และโดยปกติแล้ว หนึ่งคำสั่งในภาษาระดับต่ำ จะหมายถึงการสั่งงานคอมพิวเตอร์ให้ทำงานหนึ่งอย่าง (1 instruction = 1 operation) ภาษาระดับต่ำ มี 2 ภาษา คือ&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;- ภาษาเครื่อง&lt;/span&gt; เป็น ภาษาโปรแกรมรุ่นที่หนึ่ง (first-generation programming language&lt;br /&gt;1GL)ซึ่งเป็นภาษาเดียวที่ไมโครโพรเซสเซอร์สามารถเข้าใจ คำสั่งเป็นตัวเลขล้วนๆ การอ่านและเขียนอาจต้องใช้เครื่องมือพิเศษ จึงไม่ค่อยมีการใช้ภาษาเครื่องโดยตรง&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;- ภาษาแอสเซมบลี&lt;/span&gt; เป็น ภาษาโปรแกรมรุ่นที่สอง (second-generation programming language 2GL) ซึ่งเป็นการปรับภาษาเครื่องให้สามารถเขียนได้สะดวกขึ้นโดยการพิมพ์คำสั่งที่เป็นตัวอักษรแทนตัวเลข เวลาเขียนเสร็จ จะต้องใช้ตัวแปลโปรแกรมจึงจะใช้งานได้ และถึงแม้ว่าไม่ใช้ภาษาเครื่องโดยตรง ผู้เขียนโปรแกรมยังจำเป็นต้องเข้าใจโครงสร้างของไมโครโพรเซสเซอร์ที่กำลังเขียนเป็นอย่างดี&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-1691073462504528384?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/1691073462504528384/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/blog-post_5616.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/1691073462504528384'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/1691073462504528384'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/blog-post_5616.html' title='ภาษาระดับต่ำ'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-6109101987123147165</id><published>2009-07-02T01:41:00.000-07:00</published><updated>2009-07-02T20:51:49.056-07:00</updated><title type='text'>ภาษาเครื่อง</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;ประวัติความเป็นมา&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;ก่อนปี ค.ศ. 1952 มีภาษาคอมพิวเตอร์เพียงภาษาเดียวเท่านั้นคือ ภาษาเครื่อง (Machine Language) ซึ่งเป็นภาษาระดับต่ำที่สุด เพราะใช้&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;a class="new" title="เลขฐานสอง" href="http://cp101km.swu.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%82%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87&amp;amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:180%;"&gt;เลขฐานสอง&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:180%;"&gt;แทนข้อมูล และคำสั่งต่าง ๆ ทั้งหมดจะเป็นภาษาที่ขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือหน่วยประมวลผลที่ใช้ นั่นคือแต่ละเครื่องก็จะมีรูปแบบของคำสั่งเฉพาะของตนเอง ซึ่งนักคำนวณและนักเขียนโปรแกรมในสมัยก่อนต้องรู้จักวิธีที่จะรวมตัวเลขเพื่อแทนคำสั่งต่าง ๆ ทำให้การเขียนโปรแกรมยุ่งยากมาก &lt;/span&gt;&lt;a name=".E0.B9.82.E0.B8.84.E0.B8.A3.E0.B8.87.E0.B8.AA.E0.B8.A3.E0.B9.89.E0.B8.B2.E0.B8.87.E0.B8.82.E0.B8.AD.E0.B8.87.E0.B8.84.E0.B8.B3.E0.B8.AA.E0.B8.B1.E0.B9.88.E0.B8.87.E0.B9.83.E0.B8.99.E0.B8.A0.E0.B8.B2.E0.B8.A9.E0.B8.B2.E0.B9.80.E0.B8.84.E0.B8.A3.E0.B8.B7.E0.B9.88.E0.B8.AD.E0.B8.87"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:180%;"&gt;โครงสร้างของคำสั่งในภาษาเครื่อง&lt;br /&gt;คำสั่งในภาษาเครื่องจะประกอบด้วย 2 ส่วนคือ&lt;br /&gt;- โอเปอเรชันโคด (Operation Code) เป็นคำสั่งที่สั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ เช่น การบวก (Addition) การลบ (Subtraction) เป็นต้น&lt;br /&gt;- โอเปอแรนด์ (Operands)เป็นตัวที่ระบุตำแหน่งที่เก็บของข้อมูลที่จะเข้าคอมพิวเตอร์เพื่อนำไปปฏิบัติการตามคำสั่งในโอเปอเรชันโคด&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a name=".E0.B8.A5.E0.B8.B1.E0.B8.81.E0.B8.A9.E0.B8.93.E0.B8.B0.E0.B8.82.E0.B8.AD.E0.B8.87.E0.B9.82.E0.B8.9B.E0.B8.A3.E0.B9.81.E0.B8.81.E0.B8.A3.E0.B8.A1"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;&lt;strong&gt;ลักษณะของโปรแกรม&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ประกอบด้วยกลุ่มของรหัสคำสั่งซึ่งประกอบด้วยเลขฐานสองเรียงต่อกัน ซึ่งผู้เขียนโปรแกรมจะต้องทราบเทคนิคการใช้รหัสคำสั่งและจะต้องจำตำแหน่งของคำสั่งและข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ เพราะเนื่องจากเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละบริษัทจะใช้ภาษาเครื่องของตนเอง และผู้เขียนโปรแกรมจะต้องเข้าใจระบบการทำงานของเครื่องเป็นอย่างดี ดังนั้นการเขียนโปรแกรมเป็นภาษาเครื่องจึงมีผู้เขียนอยู่ในวงจำกัด เพราะต้องมีความรู้ทางด้านเครื่องและรหัสของเครื่องจึงจะเขียนโปรแกรมได้ ภาษาเครื่องของคอมพิวเตอร์แต่ละระบบจะแตกต่างกัน ทำให้เกิดความไม่สะดวกเมื่อมีการเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบใหม่ก็ต้องเขียนโปแกรมใหม่ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;a name=".E0.B8.82.E0.B9.89.E0.B8.AD.E0.B8.94.E0.B8.B5.E0.B8.82.E0.B8.AD.E0.B8.87.E0.B8.A0.E0.B8.B2.E0.B8.A9.E0.B8.B2.E0.B9.80.E0.B8.84.E0.B8.A3.E0.B8.B7.E0.B9.88.E0.B8.AD.E0.B8.87"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#333399;"&gt;ข้อดีของภาษาเครื่อง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;- เมื่อคำสั่งเข้าสู่เครื่องจะสามารถทำงานได้ทันที&lt;br /&gt;- สามารถสร้างคำสั่งใหม่ๆได้ โดยที่ภาษาอื่นทำไม่ได้&lt;br /&gt;- ต้องการหน่วยความจำเพียงเล็กน้อย &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;a name=".E0.B8.82.E0.B9.89.E0.B8.AD.E0.B9.80.E0.B8.AA.E0.B8.B5.E0.B8.A2.E0.B8.82.E0.B8.AD.E0.B8.87.E0.B8.A0.E0.B8.B2.E0.B8.A9.E0.B8.B2.E0.B9.80.E0.B8.84.E0.B8.A3.E0.B8.B7.E0.B9.88.E0.B8.AD.E0.B8.87"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#333399;"&gt;ข้อเสียของภาษาเครื่อง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;- ต้องเขียนโปรแกรมคำสั่งยาวทำให้ผิดพลาดได้ง่าย&lt;br /&gt;- ผู้เขียนโปรแกรมจะต้องรู้ระบบการทำงานของเครื่องเป็นอย่างดีจึง สามารถเขียนโปรแกรมได้ และถ้าเครื่องที่มี&lt;br /&gt;- ฮาร์ดแวร์ต่างกันจะใช้โปรแกรมร่วมกันไม่ได้ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-6109101987123147165?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/6109101987123147165/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/blog-post_7086.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/6109101987123147165'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/6109101987123147165'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/blog-post_7086.html' title='ภาษาเครื่อง'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-691422514474182627</id><published>2009-07-02T01:19:00.000-07:00</published><updated>2009-07-02T21:06:34.648-07:00</updated><title type='text'>แผนผัง แสดงการแบ่งประเภทของซอฟต์แวร์</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/Sk2DPKIl8-I/AAAAAAAAAMI/E129mhgLdag/s1600-h/Untitled-1.gif"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5354079828455060450" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 361px; CURSOR: hand; HEIGHT: 223px" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/Sk2DPKIl8-I/AAAAAAAAAMI/E129mhgLdag/s200/Untitled-1.gif" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/Skxugg9mgQI/AAAAAAAAAL4/U1mYauWJWkE/s1600-h/à¹à¸œà¸™à¸œà¸±à¸‡à¸›à¸£à¸°à¹€à¸"&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/Skxugg9mgQI/AAAAAAAAAL4/U1mYauWJWkE/s1600-h/à¹à¸œà¸™à¸œà¸±à¸‡à¸›à¸£à¸°à¹€à¸"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/Skxugg9mgQI/AAAAAAAAAL4/U1mYauWJWkE/s1600-h/à¹à¸œà¸™à¸œà¸±à¸‡à¸›à¸£à¸°à¹€à¸"&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-691422514474182627?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/691422514474182627/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/blog-post_8687.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/691422514474182627'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/691422514474182627'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/blog-post_8687.html' title='แผนผัง แสดงการแบ่งประเภทของซอฟต์แวร์'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_ew6hhg9mbCk/Sk2DPKIl8-I/AAAAAAAAAMI/E129mhgLdag/s72-c/Untitled-1.gif' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-3163570429417685846</id><published>2009-07-02T00:08:00.000-07:00</published><updated>2009-07-02T20:51:49.056-07:00</updated><title type='text'>ภาษาคอมพิวเตอร์</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;3. ภาษาคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมที่ใช้งานกันทั่วไป จะต้องได้รับการพัฒนาหรือสร้างขึ้นโดยผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งเรียกว่า โปรแกรมเมอร์ โดยโปรแกรมเมอร์จะต้องเขียนชุดคำสั่งอย่างเป็นลำดับขั้นตอนเพื่อให้กลายเป็นซอฟต์แวร์ที่สามารถควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ และชุดคำสั่งเหล่านั้นจะต้องเป็น”ภาษา” (Language) ที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้ หรือภาษาที่เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่เข้าใจก็จะต้องใช้ &lt;span style="color:#cc0000;"&gt;&lt;strong&gt;“ตัวแปลภาษา” (Translator)&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;เป็นสื่อกลาง ภาษาคอมพิวเตอร์แบ่งได้เป็น 3 ระดับ คือ&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;ภาษาเครื่อง ภาษาระดับต่ำ และภาษาระดับสูง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#6600cc;"&gt;3.1 ภาษาเครื่อง&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;การเขียนโปรแกรมเพื่อสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานในยุคแรก ๆ จะต้องเขียนด้วยภาษาซึ่งเป็นที่ยอมรับของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า ภาษาเครื่อง ภาษานี้ประกอบด้วยตัวเลขล้วน ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้ทันที ผู้ที่จะเขียนโปรแกรมภาษาเครื่องได้ต้องสามารถจำรหัสแทนคำสั่งต่าง ๆ ได้ และในการคำนวณต้องสามารถจำได้ว่าจำนวนต่าง ๆ ที่ใช้ในการคำนวณนั้นถูกเก็บไว้ที่ตำแหน่งใด ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดในการเขียนโปรแกรมจึงมีมาก นอกจากนี้เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละระบบมีภาษาเครื่องที่แตกต่างกันออกไป ทำให้เกิดความไม่สะดวกเมื่อมีการเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์เพราะจะต้องเขียนโปรแกรมใหม่ทั้งหมด&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#6600cc;"&gt;3.2 ภาษาระดับต่ำ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;เนื่องจากภาษาเครื่องเป็นภาษาที่มีความยุ่งยากในการเขียน ดังนั้นจึงมีผู้นิยมใช้น้อย ได้มีการพัฒนาภาษคอมพิวเตอร์ขึ้นอีกระดับหนึ่ง โดยการใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษเป็นรหัสแทนการทำงาน และใช้การตั้งชื่อตัวแปรแทนตำแหน่งที่ใช้เก็บจำนวนต่าง ๆ ซึ่งเป็นค่าของตัวแปรนั้น ๆ การใช้สัญลักษณ์ช่วยให้การเขียนโปรแกรมนี้เรียกว่า ภาษาระดับต่ำ ภาษาระดับต่ำเป็นภาษาที่มีความใกล้เคียงกับภาษาเครื่องมาก ดังนั้นบางครั้งจึงเรียกภาษานี้ว่า ภาษาอิงเครื่อง (machine – oriented language) ตัวอย่างของภาษาระดับต่ำได้แก่ ภาษาแอสเซมบลี เป็นภาษาที่ใช้คำในอักษรภาษาอังกฤษเป็นคำสั่งให้เครื่องทำงาน เช่น ADD หมายถึง บวก SUB หมายถึง ลบ เป็นต้น การใช้คำเหล่านี้ช่วยให้การเขียนโปรแกรมง่ายขึ้นกว่าการใช้ภาษาเครื่องซึ่งเป็นตัวเลขล้วน การใช้โปรแกรมที่เขียนด้วยภาษาแอสเซมบลีนั้น เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำงานได้ทันที จำเป็นต้องมีการแปลโปรแกรมจากภาษาแอสเซมบลีให้เป็นภาษาเครื่องก่อน โดยอาศัยโปรแกรมในการแปลที่มีชื่อว่า แอสเซมเบลอร์ (assembler) ซึ่งแตกต่างไปตามเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละชนิด ดังนั้นแอสเซมเบลอร์ของเครื่องชนิดหนึ่งจะไม่สามารถใช้แปล โปแกรมภาษาแอสเซมบลีของชนิดอื่น ๆ ได้ ภาษาแอสเซมบลีนี้ยังคงใช้ยาก เพราะผู้เขียนโปรแกรมจะต้องเข้าใจการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างละเอียด ต้องรู้ว่าจำนวนที่จะนำมาคำนวณนั้นอยู่ ณ ตำแหน่งใดในหน่วยความจำในทำนองเดียวกับการเขียนโปรแกรมเป็นภาษาเครื่อง ภาษาแอสเซมบลีจึงมีผู้ใช้น้อย และมักจะใช้ในกรณีที่ต้องการควบคุมการทำงานภายในของตัวเครื่องคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;&lt;strong&gt;3.3 ภาษาระดับสูง&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ภาษาระดับสูงเป็นภาษาที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเขียนโปรแกรม กล่าวคือ ลักษณะของคำสั่งจะประกอบด้วยคำต่าง ๆ ในภาษาอังกฤษซึ่งผู้อ่านสามารถเข้าใจความหมายในทันที ผู้เขียนโปรแกรมจึงเขียนโปรแกรมด้วยภาษาระดับสูงได้ง่ายกว่าเขียนด้วยภาษาแอสเซมบลีหรือภาษาเครื่อง ภาษาระดับสูงมีมากมายหลายภาษา เช่น &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#cc9933;"&gt;ภาษาฟอร์แทน (FORTRAN) ภาษาโคบอล ภาษาปาสคาล (Pascal) ภาษาเบสิก (BASIC) ภาษาวิชวลเบสิก (Visual Basic) ภาษาซี C และภาษาจาวา (Java)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; เป็นต้น โปรแกรมที่เขียนด้วยภาษาระดับสูงแต่ละภาษาจะต้องมีโปรแกรมที่ทำหน้าที่แปลภาษาระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่อง เช่น &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ffcc33;"&gt;&lt;span style="color:#993300;"&gt;โปรแกรมภาษาฟอร์แทรนเป็นภาษาเครื่อง โปรแกรมแปลภาษาปาสคาลเป็นภาษาเครื่อง คำสั่งหนึ่งคำสั่งในภาษาระดับสูงจะถูกแปลเป็นภาษาเครื่องหลายคำสั่งเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;การแปลภาษาระดับสูงให้ภาษาเครื่องโปรแกรมแปลภาษาที่ใช้แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะได้แก่&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#999900;"&gt;- คอมไพเลอร์ (compiler)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่ในการแปลโปรแกรมที่เขียนด้วยภาษาระดับสูงที่เรียกกันว่า โปรแกรมต้นฉบับ (source program) ให้เป็นโปรแกรมภาษาเครื่อง (object program) ถ้ามีข้อผิดพลาดเครื่องจะพิมพ์รหัสหรือข้อผิดพลาดออกมาด้วยภายหลังการแปลถ้าไม่มีข้อผิดพลาด ผู้ใช้สามารถสั่งประมวลผลโปรแกรม และสามารถเก็บโปรแกรมที่แปลภาษาเครื่องไว้ใช้งานต่อไปได้อีกโดยไม่ต้องทำการแปลโปรแกรมซ้ำอีก ตัวอย่างโปรแกรมแปลภาษาแบบนี้ ได้แก่ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#cc9933;"&gt;โปรแกรมแปลภาษาฟอร์แทรน โปรแกรมแปลภาษาโคบอล โปรแกรมแปลภาษาปาสคาล โปรแกรมแปลภาษาซี&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;- อินเทอร์พรีเตอร์ (interpreter)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่ในการแปลโปรแกรมที่เขียนด้วยภาษาระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่อง เช่นเดียวกับคอมไพเลอร์ ความแตกต่างจะอยู่ที่อินเทอร์พรีเตอร์จะทำการแปล และประมวลผลทีละคำสั่ง ข้อเสียของอินเทอร์พรีเตอร์ก็คือ ถ้านำโปรแกรมนี้มาใช้งานอีกจะต้องทำการแปลโปรแกรมทุกครั้ง ภาษาบางภาษามีโปรแกรมแปลทั้งสองลักษณะ เช่น &lt;span style="color:#6600cc;"&gt;&lt;strong&gt;ภาษาเบสิก&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; เป็นต้น &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-3163570429417685846?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/3163570429417685846/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/blog-post_02.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/3163570429417685846'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/3163570429417685846'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/blog-post_02.html' title='ภาษาคอมพิวเตอร์'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-5015419723817134490</id><published>2009-07-01T23:57:00.000-07:00</published><updated>2009-07-02T20:51:49.056-07:00</updated><title type='text'></title><content type='html'>&lt;span style="font-family:times new roman;color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;&lt;strong&gt;1.2 ซอฟต์แวร์อรรถประโยชน์ (Utility Software)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; เป็นโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ที่ช่วยสนับสนุน เพิ่ม หรือขยายขีดความสามารถของโปรแกรมที่ใช้งานอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบปฏิบัติการโดยส่วนใหญ่จะมีโปรแกรมอรรถประโยชน์มาให้ใช้งานอยู่แล้ว เช่น&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;&lt;strong&gt;Windows Explorer&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; เป็นเครื่องมือแสดงไฟล์ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถดูภาพ และแก้ไของค์ประกอบของไฟล์ได้&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;&lt;strong&gt;Uninstaller &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;เป็นโปรแกรมอรรถประโยชน์ที่ใช้ในการยกเลิกโปรแกรมที่ทำการติดตั้งไว้ในระบบ เมื่อผู้ใช้ทำการติดตั้งโปรแกรม ระบบปฏิบัติการจะทำการบันทึกโปรแกรมนั้นไว้ในระบบไฟล์ หากผู้ใช้ต้องการลบโปรแกรมนั้นออกจากเครื่องก็สามารถใช้ เครื่องมือยกเลิกการติดตั้งโปรแกรมได้&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;&lt;strong&gt;Disk Scanner&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; เป็นเครื่องมือตรวจสอบดิสก์ เป็นโปรแกรมอรรถประโยชน์ที่ใช้ในการตรวจหาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับฮาร์ดดิสก์ ผู้ใช้สามารถกำหนดให้เครื่องมือตรวจสอบดิสก์นี้ทำการซ่อมส่วนที่เสียหายได้&lt;br /&gt;ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663333;"&gt;&lt;strong&gt;2. ซอฟต์แวร์ประยุกต์&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; เป็นซอฟต์แวร์ที่ผู้ผลิตได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อจำหน่าย ให้ผู้ใช้สามารถนำไปใช้งานได้โดยตรง โดยไม่ต้องไปพัฒนาเอง ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;&lt;strong&gt;2.1 ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; เป็นซอฟต์แวร์ที่มีบริษัทผู้ผลิตได้สร้างขึ้น และวางขายทั่วไป ผู้ใช้สามารถหาซื้อมาประยุกต์ใช้งานทั่วไปได้ ซอฟต์แวร์ประเภทนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะสำหรับงานใดงานหนึ่ง ผู้ใช้งานจะต้องเป็นผู้นำไปประยุกต์กับงานของตน เช่น ครูนำมาใช้ในการผลิตสื่อการสอน นักเรียนนำมาใช้ในการทำรายงาน เป็นต้น หรือผู้ใช้อาจต้องมีการสร้างหรือพัฒนาชิ้นงานภายในซอฟต์แวร์ต่อไปอีก ราคาของซอฟต์แวร์ใช้งานทั่วไปนี้จะไม่สูงมากเกินไป ซอฟต์แวร์ใช้งานทั่วไปซึ่งนิยมเรียกว่า ซอฟต์แวร์สำเร็จ แบ่งออกเป็นหลายกลุ่มตามลักษณะการใช้งาน คือ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#6600cc;"&gt;Oด้านประมวลผลคำ&lt;br /&gt;Oด้านการวิเคราะห์ข้อมูล หรือตารางทำงาน&lt;br /&gt;Oด้านการเก็บและเลือกค้นข้อมูลเป็นระบบฐานข้อมูล&lt;br /&gt;Oด้านกราฟิก และนำเสนอข้อมูล&lt;br /&gt;Oด้านการติดต่อสื่อสารทางไกล&lt;br /&gt;Oด้านการพิมพ์ตั้งโต๊ะ&lt;br /&gt;Oด้านการลงทุนและจัดการการเงิน&lt;br /&gt;Oด้านวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรม&lt;br /&gt;Oด้านการจำลอง เกม และการตัดสินใจ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;กลุ่มซอฟต์แวร์ที่มีการใช้งานมาก และจำเป็นต้องมีประจำหน่วยงาน คือ ซอฟต์แวร์ ด้านการประมวลผลคำ ด้านตารางทำงาน ด้านระบบฐานข้อมูล และด้านกราฟิก ซอฟต์แวร์สำเร็จส่วนใหญ่เป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์เชิงพาณิชย์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ยกเว้นเฉพาะกลุ่มแรก คือโปรแกรมประมวลคำที่ประเทศไทยมีการสร้าง และพัฒนาขึ้นมาเอง เพื่อให้สามารถนำมาใช้งานร่วมกับภาษาไทย และยังมีการนำซอฟต์แวร์เดิมมาดัดแปลงและเพิ่มเติมส่วนที่ใช้งานเป็นภาษาไทย&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;&lt;strong&gt;1) ซอฟต์แวร์ประมวลผลคำ (Word Processing Software)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;เป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์สำหรับการพิมพ์เอกสาร หน้าที่ของซอฟต์แวร์ประมวลผลคำคือ เป็นซอฟต์แวร์ใช้สำหรับจัดพิมพ์เอกสาร จัดทำรายงาน รวมทั้งงานพิมพ์ต่าง ๆ โดยบันทึกหรือพิมพ์ข้อความต่าง ๆ ลงในคอมพิวเตอร์ รวมทั้งสามารถจัดเก็บเอกสารที่พิมพ์แล้วลงในหน่วยความจำรองเพื่อใช้งานในภายหลังได้ด้วย ซึ่งในสมัยก่อนการพิมพ์เอกสารต่าง ๆ ต้องใช้เครื่องพิมพ์ดีดพิมพ์ ซึ่งจะต้องอาศัยฝีมือและความชำนาญของผู้พิมพ์ ซึ่งเมื่อเกิดการพิมพ์ผิดพลาดต้องใช้ยางลบ หรือน้ำยาลบคำผิด หรือบางครั้งต้องพิมพ์เอกสารนั้นใหม่ เพราะไม่สามารถจะแก้ไขในเอกสารเดิมได้ หรือการเคลื่อนย้ายกลุ่มข้อความที่พิมพ์แล้ว ก็ไม่สามารถทำได้ ในกรณีที่มีงานพิมพ์ปริมาณมาก หรือเนื้อหามีรูปแบบซ้ำ ๆ กันผู้พิมพ์ดีดก็ต้องพิมพ์เอกสารเหล่านั้นใหม่ทุกครั้ง ทำให้เกิดปัญหาการพิมพ์ผิดพลาด การทำงานซ้ำ ๆ ทำงานปริมาณมาก ในปัจจุบันมีการนำเอาซอฟต์แวร์ประมวลผลมาใช้งาน ซึ่งอำนวยความสะดวกในการทำงานเป็นอย่างมาก สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดต้นทุนการพิมพ์เอกสารอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;&lt;strong&gt;ซอฟต์แวร์ประมวลผลคำมีคุณสมบัติพื้นฐานในการทำงานดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;- สามารถพิมพ์เอกสารโดยแสดงผลบนจอภาพทำให้ง่ายต่อการตรวจทาน และแก้ไข&lt;br /&gt;- สามารถแก้ไขข้อความที่พิมพ์ผิดพลาดได้โดยง่าย เช่น การลบข้อความที่พิมพ์เกินหรือการแทรกข้อความที่ตกหล่น รวมทั้งการแก้ไขคำผิด เป็นต้น&lt;br /&gt;- สามารถเคลื่อนย้ายข้อความหรือประโยคจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งภายในเอกสารเดียวกัน หรือต่างเอกสารกันได้โดยง่าย&lt;br /&gt;- สามารถจัดเก็บเอกสารที่พิมพ์ขึ้น ในหน่วยความจำรองเพื่อนำมาใช้งานได้ภายหลัง โดยไม่จำเป็นต้องพิมพ์เอกสารนั้นซ้ำอีก&lt;br /&gt;- สามารถค้นหาคำ หรือประโยคได้&lt;br /&gt;- ช่วยตรวจสอบความถูกต้องของรูปแบบของประโยค ซึ่งจะเป็นการตรวจสอบไวยากรณ์ทางภาษา และวิเคราะห์ความน่าอ่าน หรือความสละสลวยของเอกสาร วิธีการของการตรวจสอบนี้จะใช้หลักวิชาทางปัญญาประดิษฐ์ว่าด้วยกฏ และข้อเท็จจริงของภาษาศาสตร์ ต่าง ๆ เช่น การสะกดคำ การตรวจสอบความถูกต้องในการใช้ไวยากรณ์ในภาษาอังกฤษ รวมทั้งการใช้ศัพท์บัญญัติต่าง ๆ เป็นต้น&lt;br /&gt;- เอกสารที่จัดพิมพ์สวยงามน่าอ่าน เช่น สามารถกำหนดขนาด และรูปแบบของตัวอักษร รูปแบบของเอกสาร กำหนดสีตัวอักษร การนำภาพมาประกอบในเอกสารที่พิมพ์ได้ และการสร้างข้อมูลในรูปแบบตารางได้อีกด้วย ซอฟต์แวร์ประมวลผลคำที่นิยมใช้ได้แก่ Microsoft Word, Pladao Writer&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;2) ซอฟต์แวร์ตารางทำงาน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; เป็นซอฟต์แวร์เพื่อใช้ในงานด้านการคำนวณ หลักการทำงานของซอฟต์แวร์ตารางทำงาน คือ การให้คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่เสมือนกระดาษทำการหรือเวิร์คชีด (worksheet) ของผู้ใช้งานซึ่งทำงานในรูปของคอลัมน์ (column) และแถว (row) โดยนำตัวเลขที่บันทึกในแต่ละแถว หรือคอลัมน์ มาทำการคำนวณตามสูตรคณิตศาสตร์ที่กำหนดไว้เช่น การนำตัวเลขในแถวหรือคอลัมน์ใดมาคำนวณเพื่อจัดเป็นค่าของคอลัมน์ใหม่ เมื่อมีค่าในคอลัมน์ หรือแถวใดเปลี่ยนไป ค่าที่สัมพันธ์กันจะเปลี่ยนตามไปด้วยโดยอัตโนมัติจุดเด่นที่สำคัญของซอฟต์แวร์ประยุกต์นี้คือ ช่วยทำให้งานคำนวณสะดวก รวดเร็ว ซึ่งสามารถกำหนดค่าของข้อมูลเพื่อคำนวณผลลัพธ์ในลักษณะต่าง ๆ ได้ รวมทั้งความสามารถในการแสดงผลลัพธ์ในรูปของตาราง และกราฟ หรือแผนภูมิต่าง ๆ ได้ซึ่งทำให้สามารถอ่านผลลัพธ์ได้ง่ายขึ้น&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#6633ff;"&gt;ซอฟต์แวร์ตารางคำนวณ มีคุณสมบัติพื้นฐานในการทำงานด้านต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;- สามารถบันทึกข้อมูลซึ่งเป็นได้ทั้งตัวเลขข้อความ และสูตรทางคณิตศาสตร์ในแต่ละช่องของกระดาษทำการ โดยคอมพิวเตอร์จะทำการคำนวณตามสูตรคณิตศาสตร์ที่กำหนดไว้ได้&lt;br /&gt;- สามารถเคลื่อนย้ายข้อมูลจากตำแหน่งหนึ่ง ไปยังอีกตำแหน่งหนึ่งในกระดาษทำการ ซึ่งปรากฏบนจอภาพได้โดยง่าย&lt;br /&gt;- สามารถคัดลอกข้อความ ตัวเลข หรือสูตรคณิตศาสตร์จากตำแหน่งหนึ่ง ไปยังอีกตำแหน่งได้โดยไม่จำเป็นต้องป้อนข้อมูลชุดดังกล่าวใหม่&lt;br /&gt;- สามารถแก้ไขเพิ่มเติม ลบข้อมูลตัวเลข ข้อความ หรือสูตรคณิตศาสตร์ ได้สะดวก&lt;br /&gt;- สามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ในกระดาษทำการไว้ในหน่วยความจำำรองเพื่อใช้งานในภายหลังได้&lt;br /&gt;- สามารถแสดงผลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ตาราง แผนภูมิ&lt;br /&gt;- การพิมพ์ผลลัพธ์อาจจะพิมพ์ผลออกทางเครื่องพิมพ์ในรูปของเอกสาร หรือจัดทำเป็นสไลด์หรือแผ่นใสเพื่อใช้ในการนำเสนอได้ซอฟต์แวร์ตารางคำนวณที่นิยมใช้ เช่น Microsoft Excel และ Pladoa Clc เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;3) ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; ปัจจุบันนี้มีข้อมูลมีบทบาทสำคัญทุก ๆ ด้าน ทั้งในด้านการปฏิบัติงาน และการวางแผนการตัดสินใจ ซอฟต์แวร์ประยุกต์เพื่อใช้งานด้านการจัดการฐานข้อมูลจึงนับว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่เข้ามาช่วยงานด้านการจัดเก็บข้อมูล ให้มีประสิทธิภาพทั้งในด้านการจัดเก็บ และการเรียกข้อมูลที่จัดเก็บออกมาใช้ได้ง่าย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;คุณสมบัติพื้นฐานในการทำงานของซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาในการจัดการข้อมูล คือ&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;- การจัดเก็บข้อมูลมีความซ้ำซ้อน ทำให้สิ้นเปลืองเนื้อที่ และค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บ&lt;br /&gt;- การค้นหาข้อมูลจะทำได้ยาก เนื่องจากข้อมูลที่จัดเก็บมีหลายชุด ซึ่งต้องใช้เวลาในการค้นหา&lt;br /&gt;- การดูแลรักษา และปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้องและทันสมัยจะยุ่งยาก เนื่องจากความซ้ำซ้อนของข้อูลซึ่งจัดเก็บหลายชุด ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลมีมากมายหลายโปรแกรม ส่วนใหญ่เน้นการใช้งานที่ง่าย และใช้งาน ในระดับตั้งแต่ผู้ใช้คนเดียว หรือเชื่อมโยงเป็นกลุ่ม ตลอดจนเชื่อมต่อฐานข้อมูลอื่น ซอฟต์แวร์ที่นิยมใช้ ได้แก่ Microsoft Access และ MySQL เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;4) ซอฟต์แวร์นำเสนอ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; เป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์เพื่อใช้งานด้านการนำเสนอข้อมูล (Presentation) ในรูปแบบสไลด์ ซึ่งในการแสดงผลจะต้องมีรูปแบบที่น่าสนใจ ข้อความเข้าใจง่าย กระชับได้ใจความ สามารถแสดงผลในรูปแบบกราฟ ข้อความ รูปภาพ หรือเสียงได้ ซอฟต์แวร์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ได้แก่ Microsoft Power Point เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;&lt;strong&gt;5 ) ซอฟต์แวร์จัดการด้านกราฟิก&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ซอฟต์แวร์ชนิดนี้มีเครื่องมือสามารถปรับเปลี่ยนรูปภาพให้ได้ ตามความต้องการของผู้ใช้ เช่น ปรับความเข้มของแสง ปรับเปลี่ยนความแตกต่างของสีวัตถุในภาพ และสามารถตัดแปะองค์ประกอบของภาพหลาย ๆ ภาพมาสร้างเป็นภาพใหม่ได้เหมือนการสร้างศิลปะ นอกจากนี้ ยังสามารถเปลี่ยนลักษณะของภาพ ลักษณะของสีให้มีพื้นสีแบบต่าง ๆ ได้ บางโปรแกรมสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์นำเข้า เช่น เครื่องกราดตรวจ จากกล้องดิจิทัล สามารถจัดเก็บข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบของแฟ้มข้อมูลสามารถนำมาแก้ไขได้อีก ซอฟต์แวร์ที่นิยมใช้ เช่น Photoshop, Paint Brush เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;6) ซอฟต์แวร์ติดต่อสื่อสาร&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; ในปัจจุบันเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกขนาดสามารถเชื่อมโยงถึงกัน เพื่อติดต่อ สื่อสารกันได้ผ่านระบบเครือข่าย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สารสนเทศต่าง ๆ โดยใช้ซอฟต์แวร์ ชนิดนี้ควบคุมการติดต่อสื่อสารทั้งในเครื่องผู้ส่ง และในเครื่องผู้รับด้วย ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปเพื่อการติดต่อสื่อสาร และการเข้าถึงข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีหลายชนิดตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปเพื่อการรับส่งแฟกซ์ การสนทนา การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ การพูดคุยด้วยไมโครโฟน การค้นหาข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ที่จะต้องใช้ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่เรียกว่า Web Browser หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Browser ซอฟต์แวร์เหล่านี้บางครั้งเป็นซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่มีพร้อมกับซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ เช่น Browser Internet Explorer ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#6600cc;"&gt;2.2 ซอฟต์แวร์เฉพาะ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; เป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่จะต้องมีการรวบรวมความต้องการของผู้ใช้ ก่อนการพัฒนาขึ้นมาเป็นซอฟต์แวร์ที่สามารถทำงานได้ตามความต้องการนั้น การพัฒนาซอฟต์แวร์ประยุกต์ชนิดนี้ส่วนใหญ่เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในงานด้านธุรกิจ ที่ผู้ใช้ไม่สามารถหาซอฟต์แวร์สำเร็จรูปมาใช้งานได้อย่างตรงตามวัตถุประสงค์ เช่น ระบบงานบัญชี ระบบงานคลังสินค้า ระบบงานขาย ระบบงานห้องสมุด ระบบงานทะเบียนประวัติ ระบบบริหารงานบุคคล ระบบการเรียนการสอนทางไกลผ่านเว็บ เป็นต้น จึงจำเป็นต้องว่าจ้างนักพัฒนาระบบหรือบริษัทรับพัฒนาระบบ ให้วิเคราะห์ความต้องการ ออกแบบระบบ เขียนโปรแกรม และติดตั้งเพื่อใช้งาน ดังนั้น ซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่ได้จึงตรงตามความต้องการของผู้ใช้อย่างแท้จริง&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-5015419723817134490?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/5015419723817134490/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/1.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/5015419723817134490'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/5015419723817134490'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/1.html' title=''/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-7063127884616725556</id><published>2009-07-01T21:23:00.000-07:00</published><updated>2009-07-02T20:51:49.057-07:00</updated><title type='text'>ประเภทของระบบปฏิบัติการตามลักษณะการใช้งาน</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:180%;color:#3333ff;"&gt;เนื่องจากระบบปฏิบัติการเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานได้ แต่ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีใช้อยู่ในปัจจุบันมีสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน เช่น เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ที่เราใช้งานทั่วไปจะมีคุณสมบัติและการทำงานที่แตกต่างจากคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ เช่น มินิคอมพิวเตอร์ ที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องให้บริการที่ต้องคอยให้บริการและดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นบริวารจำนวนมาก ระบบปฏิบัติการที่ใช้งานกับคอมพิวเตอร์ประเภทนี้จึงต้องมีความซับซ้อนกว่าระบบปฏิบัติการที่ใช้ในเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ และเราสามารถแบ่งประเภทของระบปฏิบัติการตามลักษณะการทำงานได้เป็น 3 ประเภทดังนี้&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;1.1 ประเภทใช้งานเดียว (single-tasking)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; ระบบปฏิบัติการประเภทนี้จะกำหนดให้คอมพิวเตอร์ใช้งานได้ครั้งละหนึ่งงานเท่านั้น ใช้ในเครื่องขนาดเล็กอย่างไมโครคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;&lt;strong&gt;1.2 ประเภทใช้หลายงาน (multitasking)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ระบบปฏิบัติการประเภทนี้สามารถควบคุมการทำงานพร้อมกันหลายงานในขณะเดียวกัน ผู้ใช้สามารถทำงานกับซอฟต์แวร์ประยุกต์ได้หลายชนิดในเวลาเดียวกัน โดยระบบปฏิบัติการจัดสรรทั้งเวลา และเนื้อที่ที่ต้องใช้ในการประมวลผลคำสั่งของซอฟต์แวร์แต่ละชนิด เช่น แบ่งปันเวลาในกาประมวลผลของซีพียู และแบ่งเนื้อที่ในหน่วยความจำสำหรับเก็บข้อมูล และคำสั่งของซอฟต์แวร์ที่ใช้งาน เช่น ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 95 , 98และ XP&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;1.3 ประเภทใช้งานหลายคน (multiuser)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; ในหน่วยงานบางแห่งอาจใช้คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ทำหน้าที่ประมวลผลทำให้ในขณะใดขณะหนึ่งมีผู้ใช้คอมพิวเตอร์พร้อมกันหลายคน แต่ละคนจะมีสถานีงานของตนเองเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ จึงต้องใช้ระบบปฏิบัติการที่มีความสามารถในการจัดการสูง เพื่อให้ผู้ใช้ทุกคนสามารถทำงานเสร็จในเวลา ระบบปฏิบัติการกลุ่มนี้เช่น ระบบปฏิบัติการวินโดวส์เอ็นที&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-7063127884616725556?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/7063127884616725556/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/blog-post_5439.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/7063127884616725556'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/7063127884616725556'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/blog-post_5439.html' title='ประเภทของระบบปฏิบัติการตามลักษณะการใช้งาน'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-786393802933311942</id><published>2009-07-01T21:16:00.000-07:00</published><updated>2009-07-02T19:23:54.703-07:00</updated><title type='text'>ซอฟต์แวร์ระบบ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:times new roman;color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#6600cc;"&gt;ซอฟต์แวร์ระบบ หมายถึง ชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่บริษัทผู้ผลิตสร้างขึ้นมาเพื่อใช้จัดการกับระบบ ซึ่งจะทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; เช่น การนำเข้าข้อมูลของอุปกรณ์นำเข้า การประมวลผลของหน่วยประมวลผล การจัดสรรหน่วยความจำสำรอง และการแสดงผลของอุปกรณ์แสดงผล เป็นต้น เมื่อผู้ใช้เริ่มเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ การทำงานจะเป็นไปตามชุดคำสั่งที่เขียนขึ้น ชุดคำสั่งนั้นก็คือ “ซอฟต์แวร์ระบบ” นั่นเอง ซอฟต์แวร์ประยุกต์ไม่ว่าประเภทใดล้วนแต่ต้องทำงานบนระบบปฏิบัติการทั้งสิ้น เครื่องคอมพิวเตอร์จะไม่ทำงานถ้าไม่มีระบบปฏิบัติการ การเริ่มใช้งานคอมพิวเตอร์ทุกครั้งจึงต้องบรรจุระบบปฏิบัติการเข้าไว้ในหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อนที่จะให้เครื่องเริ่มทำงานอย่างอื่น &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;ซอฟต์แวร์ระบบที่นิยมใช้ คือ ระบบปฏิบัติการ (operating system) เอ็มเอสดอส ยูนิกซ์ โอเอสทู วินโดวส์ ลินุกซ์&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; เป็นต้น&lt;br /&gt;1.1 ระบบปฏิบัติการเนื่องจากระบบปฏิบัติการเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานได้&lt;br /&gt;แต่ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีใช้อยู่ในปัจจุบันมีสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน เช่น เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ที่เราใช้งานทั่วไปจะมีคุณสมบัติและการทำงานที่แตกต่างจากคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ เช่น มินิคอมพิวเตอร์ ที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องให้บริการที่ต้องคอยให้บริการและดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นบริวารจำนวนมาก ระบบปฏิบัติการที่ใช้งานกับคอมพิวเตอร์ประเภทนี้จึงต้องมีความซับซ้อนกว่าระบบปฏิบัติการที่ใช้ในเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;ตัวอย่างระบบปฏิบัติการ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;&lt;strong&gt;O ระบบปฏิบัติการดอส (Disk Operating System :DOS)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; เป็นซอฟต์แวร์จัดระบบงานที่พัฒนามานานแล้ว การใช้งานจึงใช้คำสั่งเป็นตัวอักษร ดอสเป็นซอฟต์แวร์ที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ ตัวอย่างลักษณะคำสั่ง ในระบบปฏิบัติการดอส เช่น C:\&gt;copy C:\mydocument\data.doc A:\myfileคำสั่งนี้เป็นการใช้คำสั่งคัดลอกแฟ้มข้อมูลชื่อ data.doc ที่อยู่ใน Drive C Folder mydocument เอาไปไว้ที่ Drive A ใน Folder myfile&lt;br /&gt;ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ (UNIX) เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนามาตั้งแต่ครั้งใช้กับเครื่องมินิคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์เป็นระบบปฏิบัติการที่สามารถใช้งานได้หลายงานพร้อมกัน และทำงานได้หลาย ๆ งานในเวลาเดียวกัน ยูนิกซ์จึงใช้ได้กับเครื่องที่เชื่อมโยงและต่อกับเครื่องปลายทางได้หลายเครื่องพร้อมกัน&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;O ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟต์วินโดวส์ (Microsoft Windows)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; ระบบปฏิบัติการนี้พัฒนาโดยบริษัทไมโครซอฟต์ เป็นระบบปฏิบัติการที่มีลักษณะการใช้งานแตกต่างจาก 2 ระบบแรก เนื่องจากมีส่วนติดต่อกับผู้ใช้ (user interface) เป็นแบบที่เรียกว่าระบบติดต่อผู้ใช้แบบกราฟิก (Graphical User Interface : GUI) หรือที่เรียกว่า จียูไอ คือมีการแสดงผลเป็นรูปภาพ และใช้สัญลักษณ์ในรูปรายการเลือก (menu) หรือสัญรูป (icon) ในการสั่งงานคอมพิวเตอร์แทนการพิมพ์คำสั่งทีละบรรทัด ทำให้การใช้งานคอมพิวเตอร์ง่ายขึ้น ทั้งยังมีสีสันทำให้ซอฟต์แวร์น่าใช้งานมากขึ้น ระบบปฏิบัติการวินส์โดวส์นี้เป็นระบบปฏิบัติการที่ได้รับความนิยมสูงมากในเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ทั่วไป ทั้งนี้นอกจากจะเป็นความง่ายในการใช้งานที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังเป็นเพราะหลังจากที่บริษัทไมโครซอฟต์ได้ผลิตระบบปฏิบัติการนี้ออกสู่ตลาด ก็ได้พัฒนาซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่สามารถใช้งานบนระบบปฏิบัติการนี้ขึ้นหลายประเภท เช่น ซอฟต์แวร์ในกลุ่มซอฟต์แวร์ประมวลคำ ซอฟต์แวร์ตารางทำงาน หรือซอฟต์แวร์นำเสนอข้อมูล ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานของผู้ใช้ในทุก ๆ ด้าน ทำให้เกิดการใช้งานที่แพร่หลาย นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนาระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ ๆ ที่สนับสนุนการใช้งานกับเทคโนโลยีใหม่ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วินโดวส์ 3.0 (Windows 3.0) ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่ทำงานบนเครื่องเดียว พัฒนาเป็นรุ่นหรือเวอร์ชั่น ที่สามารถทำงานเป็นกลุ่ม หรือเครือข่ายภายในองค์กรที่ใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ และพัฒนาต่อมาเป็นวินโดวส์ 95 (Windows 95) วินโดวส์ 98 (Windows 98) วินโดวส์เอ็มอี (Windows ME) และพัฒนาเป็นระบบปฏิบัติการเครือข่ายที่สามารถจัดการด้านการติดต่อสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์บนเครือข่าย จัดการด้านการใช้งานอุปกรณ์ร่วมกัน และดูแลจัดสรรและรักษาความปลอดภัยของข้อมูล เช่น วินโดวส์ เอ็นที (Windows NT) วินโดวส์ 2000 (Windows 2000) และวินโดวส์ เอ็กซ์พี (Windows XP) หรือแม้แต่ระบบปฏิบัติการสำหรับคอมพิวเตอร์พกพาอย่างวินโดวส์ ซีอี (Windows CE)&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;O ระบบปฏิบัติการโอเอสทู (OS2)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; เป็นระบบปฏิบัติการแบบเดียวกับวินโดวส์ แต่บริษัท ผู้พัฒนาคือ บริษัทไอบีเอ็ม เป็นระบบปฏิบัติการที่ให้ผู้ใช้สามารถใช้ทำงานได้หลายงานพร้อมกัน และ การใช้งานก็เป็นแบบกราฟิกเช่นเดียวกับวินโดวส์&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;O&lt;/span&gt; &lt;span style="color:#993399;"&gt;ระบบปฏิบัติการลินุกซ์ (LINUX)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาขึ้นมาโดยนักศึกษาชื่อว่า “Linus Torvalds” จากประเภทฟินแลนด์ LINUX เป็นระบบปฏิบัติการที่มีลักษณะคล้ายกับ UNIX แต่มี ขนาดเล็กกว่าและทำงานได้เร็วกว่า ในช่วงแรกของการพัฒนา LINUX พัฒนาขึ้นมาเพื่อแจกจ่ายให้ใช้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และพัฒนาขึ้นมาเพื่อคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ในช่วงหลังความนิยมใน การเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เป็นเครือข่ายเพิ่มสูงขึ้น จึงมีผู้พัฒนาส่วนประกอบอื่น ๆ ของ LINUX เพื่อเพิ่ม ความสามารถในการทำงานทางด้านเครือข่าย และผู้ใช้ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้วย &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-786393802933311942?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/786393802933311942/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/blog-post_4377.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/786393802933311942'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/786393802933311942'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/blog-post_4377.html' title='ซอฟต์แวร์ระบบ'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-109082156940255809</id><published>2009-07-01T21:11:00.000-07:00</published><updated>2009-07-02T20:51:49.057-07:00</updated><title type='text'>ประเภทของซอฟต์แวร์</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;ซอฟต์แวร์แบ่งเป็นสองประเภท คือ&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;strong&gt;O ซอฟต์แวร์ระบบ (systems software) ประกอบด้วย&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;- ระบบปฎิบัติการ&lt;br /&gt;- โปรแกรมอรรถประโยชน์&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;&lt;strong&gt;O ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (application software)&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;- ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป&lt;br /&gt;- ซอฟต์แวร์เฉพาะ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-109082156940255809?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/109082156940255809/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/blog-post_01.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/109082156940255809'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/109082156940255809'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/blog-post_01.html' title='ประเภทของซอฟต์แวร์'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2638771468450200842.post-217923769556053334</id><published>2009-07-01T20:55:00.000-07:00</published><updated>2009-07-02T20:51:49.060-07:00</updated><title type='text'>ความหมายของซอฟต์แวร์</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ความหมายของซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์ (software)หรือ ส่วนชุดคำสั่ง และยังมีการสะกด ซอฟต์แวร์เป็นส่วนของระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลซอฟต์แวร์นั้น นอกจากจะสามารถใช้งานบนคอมพิวเตอร์ได้แล้วยังสามารถใช้งานบนเครื่องใช้ หรืออุปกรณ์อื่น เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือหุ่นยนต์ในโรงงาน หรือ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;&lt;strong&gt;คำว่า "ซอฟต์แวร์" ใช้ครั้งแรกโดย จอห์น ดับเบิลยู। เทอร์กีย์&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; (John W। Turkey) ในปี พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957) โดยแนวคิดของซอฟต์แวร์ปรากฏ ครั้งแรกในเรียงความของแอลัน ทัวริงซอฟต์แวร์ (software) หมายถึงชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ใช้สั่งงานให้คอมพิวเตอร์ทำงานซอฟต์แวร์จึงหมายถึงลำดับขั้นตอนการทำงานที่เขียนขึ้นด้วยคำสั่งของคอมพิวเตอร์ คำสั่งเหล่านี้เรียงกันเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้สั่งงานคอมพิวเตอร์จึงเป็นซอฟต์แวร์เพราะเป็นลำดับขั้นตอนการทำงานของคอมพิวเตอร์คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งทำงานแตกต่างกันได้มากมายด้วยซอฟต์แวร์ที่แตกต่างกัน ซอฟต์แวร์จึงหมายรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทุกประเภทที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (computer program)คือ กลุ่มชุดคำสั่งที่ใช้อธิบายชิ้นงาน หรือกลุ่มงานที่จะประมวลผลโดยคอมพิวเตอร์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์อาจหมายถึง ซอฟต์แวร์ แอปพลิเคชัน หรือโปรแกรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่นั้นเป็นชุดคำสั่งที่ออกแบบตามอัลกอริทึม โดยปกติแล้วเขียนโดยโปรแกรมเมอร์ หรือไม่ก็สร้างโดยโปรแกรมอื่น การที่คอมพิวเตอร์ดำเนินการให้ประโยชน์ได้มากมายมหาศาลจะอยู่ที่ซอฟต์แวร์ซอฟต์แวร์จึงเป็นส่วนสำคัญของระบบคอมพิวเตอร์หากขาดซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ก็ไม่สามารถทำงานได้ซอฟต์แวร์จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น และมีความสำคัญมากและเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ทำให้ระบบสารสนเทศเป็นไปได้ตามที่ต้องการซอฟท์แวร์และภาษาคอมพิวเตอร์ เมื่อมนุษย์ต้องการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการทำงานมนุษย์จะต้องบอกขั้นตอนวิธีการให้คอมพิวเตอร์ทราบการที่บอกสิ่งที่มนุษย์เข้าใจให้คอมพิวเตอร์รับรู้และทำงานได้อย่างถูกต้อง จำเป็นต้องมีสื่อกลาง &lt;span style="color:#cc0000;"&gt;เราเรียกสื่อกลางนี้ว่าภาษาคอมพิวเตอร์&lt;/span&gt; เนื่องจากคอมพิวเตอร์ทำงานด้วยสัญญาณทางไฟฟ้าใช้แทนด้วยตัวเลข 0 และ 1 ได้ ผู้ออกแบบคอมพิวเตอร์ใช้ตัวเลข 0 และ 1นี้เป็นรหัสแทนคำสั่งในการสั่งงาน คอมพิวเตอร์รหัสแทนข้อมูลและคำสั่งโดยใช้ระบบเลขฐานสองนี้ คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้&lt;span style="color:#993399;"&gt;เราเรียกเลขฐานสองที่ประกอบกันเป็นชุดคำสั่งและใช้สั่งงานคอมพิวเตอร์ว่าภาษาเครื่อง &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2638771468450200842-217923769556053334?l=kujaidee1.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kujaidee1.blogspot.com/feeds/217923769556053334/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/217923769556053334'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2638771468450200842/posts/default/217923769556053334'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kujaidee1.blogspot.com/2009/07/blog-post.html' title='ความหมายของซอฟต์แวร์'/><author><name>nikul  jaidee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10263660018305759651</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
